
เอกชนยอมคืนน้ำตาล
พิษน้ำท่วมโค้กเป๊ปซี่ยอดตก โรงงานน้ำตาลเหลือสต๊อกบาน
โพสต์ทูเดย์
— ผู้ผลิตเครื่องดื่มยอมคลายโควตาน้ำตาลคืนตลาด หลังยอดขายสินค้าตกฮวบจากปัญหาน้ำท่วมนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ได้หารือกับผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ อาทิ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ บริษัท เสริมสุข บริษัท อุตสาหกรรมนมไทย และโรงงานน้ำตาลให้ยอมนำน้ำตาลทรายที่ได้ทำสัญญาซื้อขายไว้กับโรงงานน้ำตาล แต่ยังไม่ได้มีการส่งมอบ ออกไปจำหน่ายในตลาดก่อน ซึ่งมีอยู่ไม่น้อยกว่า 5 แสนตัน เพื่อรักษาปริมาณน้ำตาลในตลาดให้มีเพียงพอ ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาราคาแพงในช่วงสิ้นปี
นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ผู้ผลิตเครื่องดื่มแจ้งให้ทราบว่า ปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทำให้ยอดจำหน่ายเครื่องดื่มในแต่ละบริษัทลดลงไปกว่า 50%
ดังนั้น การใช้น้ำตาลเพื่อผลิตเครื่องดื่มก็ลดลงตามไปด้วยเช่นกัน ระหว่างนี้จะกลับไปรวบรวมตัวเลขความต้องการใช้น้ำตาลจนถึงสิ้นปี เพื่อสรุปและรายงานกลับมายังกอน.อีกครั้งในสัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดปริมาณการระบายน้ำตาลส่วนเกินออกสู่ตลาด
ด้านนายพงษ์เทพ จารุอำพรพรรณ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กล่าวว่า หลังจากนี้ผู้ประกอบการเครื่องดื่มรายใหญ่ทั้ง 3 รายจะไปหารือกับโรงงานน้ำตาลว่า จะเหลือน้ำตาลส่วนเกินเท่าไหร่ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาหลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ทำให้ยอดขายของผู้ประกอบการเครื่องดื่มลดลงเกือบครึ่ง จึงทำให้ใช้น้ำตาลน้อยกว่าที่ทำสัญญาซื้อไว้ก่อนหน้านี้
ปัจจุบันมีปริมาณน้ำตาลที่ยังไม่ขนส่งค้างอยู่ในมือของโรงงานน้ำตาล 4 กลุ่มใหญ่ ประกอบไปด้วย บริษัท ขอนแก่น บริษัท เคเอสแอล บริษัท ไทยรุ่งเรือง และบริษัท มิตรผล รวมประมาณ 1 ล้านตัน
ในจำนวนนี้เป็นน้ำตาลที่ทำสัญญากับบริษัทน้ำอัดลม 2 รายใหญ่รวมกันประมาณ 5 แสนตัน หลังจากที่หารือกันแล้ว ผู้ผลิตเครื่องดื่มยินดีจะให้น้ำตาลส่วนที่เกินระบายออกสู่ตลาดได้โดยไม่คำนึงถึงสัญญา เพราะก่อนนี้กังวลว่าจะไม่พอ แต่พอเห็นวันกำหนดเปิดหีบอ้อยชัดเจน ประกอบกับยอดขายที่ลดลงก็เลยทำให้มีน้ำตาลเหลือ
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมกอน. ในวันที่ 16 พ.ค. มีวาระสำคัญในการพิจารณาหลายเรื่อง ได้แก่1.การกำหนดราคาอ้อยขั้นต้นปี 2553/2554 โดยเฉพาะการจัดสรรเงินกู้ 7,000 ล้านบาท เพื่อมาเพิ่มราคาอ้อย
2.การพิจารณาน้ำตาลโควตาพิเศษที่จัดสรรให้กระทรวงพาณิชย์ไปบริหารจัดการที่ยังเหลือค้างอยู่อีก 1.9 แสนตัน จะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากน้ำตาลที่จัดสรรให้ไปก่อนหน้านี้ล่าสุด (ยังเหลือค้างอยู่ 2.56 แสนตัน 3.การกำหนดปริมาณน้ำตาลเพื่อการบริโภคภายในประเทศ (โควตา ก.) ปี 2554 ที่ 25 ล้านตัน 4.กำหนดวันเปิดหีบอ้อย เริ่มวันที่ 27 พ.ย.







