
กองทุนมั่นใจหุ้นแจ่ม
อเบอร์ดีนแนะคนรอซื้อLTFลุยได้ บัวหลวงผุดกองทริกเกอร์กำไร9%
โพสต์ทูเดย์ — บลจ.อเบอร์ดีนบัวหลวง ประสานเสียงหุ้นไทยแจ่ม โอกาสลงทุน “ธนชาต” เดินหน้าขายกองทุนเกาหลี
นายอดิเทพ วรรณพฤกษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อเบอร์ดีน เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยยังให้โอกาสการลงทุนที่น่าสนใจ โดยดูจากงบการเงินที่แข็งแกร่งและอัตราการจ่ายเงินปันผลที่น่าสนใจเฉลี่ย 4.1% รวมทั้งภาคการส่งออกและการใช้จ่ายภายในประเทศเป็นปัจจัยสำคัญให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยอยู่ในระดับ 6.77.5% ในปีนี้
สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐในรอบ 2 คาดว่าจะทำให้เงินลงทุนไหลเข้าเอเชียต่อเนื่อง โดยมองว่าโอกาสที่หุ้นไทยจะลงแรงๆ คงมีน้อย และการปรับตัวลงในช่วงนี้เป็นการทำกำไรตามปกติ ขณะที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยคาดว่าจะปรับขึ้นช้าๆ และยังอยู่ระดับที่ต่ำ ทำให้ตลาดหุ้นยังน่าสนใจ แม้ยังมีความไม่แน่นอนทางการเมืองและผลประกอบการถูกปรับขึ้นไปแล้ว
“เรามองสัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) ปี 2554 จากหุ้นในพอร์ตที่เราลงทุนอยู่มีพีอี 13 เท่า ขณะที่หุ้นเอเชียบางตลาดขึ้นไปถึง 1820 เท่า ส่วนกำไรบริษัทจดทะเบียน น่าจะเติบโต 78% มีความเป็นไปได้ที่อาจปรับประมาณการกำไรบริษัท จดทะเบียนในปีหน้าขึ้นอีก” นายอดิเทพ กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาหุ้นจะปรับขึ้นมาแล้ว แต่นักลงทุนที่จะลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)สำหรับมาตรการควบคุมสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ที่ออกมานั้นมองว่า ไม่ได้กระทบผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์มากนัก เนื่องจากปัจจุบันหลายๆ บริษัทดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งมาตรการที่ออกมาถือเป็นเรื่องดีทำให้ระยะยาวจะเป็นความต้องการซื้อในอสังหาริมทรัพย์ที่แท้จริง
หรือกองทุนรวมเพื่อการ เลี้ยงชีพ (RMF) สามารถเข้าลงทุนได้โดยไม่ต้องรอสิ้นปีเพราะเป็นการลงทุนระยะยาว
ทั้งนี้ บลจ.อเบอร์ดีน ยังนำเสนอโปรโมชั่นสำหรับการลงทุนใน LTF และ RMF ในปี 2553 โดยผู้ลงทุนมีโอกาสรับบัตรกำนัลเซ็นทรัลสูงสุดถึง 11,000 บาท ตามเงื่อนไขของบริษัท
นายวศิน วัฒนวรกิจกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจกองทุนรวม บลจ.บัวหลวง กล่าวว่า บลจ.บัวหลวง ออกกองทุนเปิดบัวหลวงทริกเกอร์ 3 (9%) ซึ่งเป็นกองทุนผสมที่ไม่กำหนดสัดส่วนการลงทุนในหุ้น โดยตั้งเป้าผลตอบแทนจากการลงทุนให้ถึงเป้าหมาย 9% ภายใน 12 เดือน และสามารถเลิกกองทุนได้ก่อนเวลาดังกล่าวหากสร้างผลตอบแทนได้ไม่น้อยกว่า 9% เปิดขายครั้งเดียววันที่ 1824 พ.ย.นี้ จองซื้อขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท
“ภาวการณ์ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจจากทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยในปีหน้ายังโตต่อเนื่อง”
นอกจากนี้ ภาครัฐคงต้องเร่งใช้จ่ายงบประมาณมากขึ้น อันเนื่องจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วประเทศในช่วงที่ผ่านมา สำหรับปัจจัยหนุนจากต่างประเทศจะมาจากการที่ประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น สหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศยุโรป จำเป็นต้องคงนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและลดปัญหาการว่างงาน ทำให้เกิดการไหลของเงินลงทุนเข้าสู่ประเทศกำลังพัฒนาที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งประเทศเหล่านี้ในช่วงที่ผ่านมามีการปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อ และการที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีการประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งที่สอง ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะมีเงินลงทุนไหลเข้ามาลงทุนในประเทศกำลังพัฒนาที่มีพื้นฐานการเติบโตเศรษฐกิจที่ดีเพิ่มขึ้น
ด้าน บลจ.ธนชาต เปิดขายกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ 110 (TFixFIF110) อายุโครงการ 11 เดือน มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท เน้นลงทุนตราสารหนี้ภาครัฐของประเทศเกาหลีใต้ เปิดขายวันที่ 1723 พ.ย.นี้ ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท







