posttoday
เกษตรชงครม.จ่ายสวนยาง1.7หมื่นต่อไร่

เกษตรชงครม.จ่ายสวนยาง1.7หมื่นต่อไร่

15 พฤศจิกายน 2553

เกษตรชงครม.ชดเชยชาวสวนยาง 1.7 หมื่นบาทต่อไร่ พวกบุกรุกป่า ไร้เอกสารสิทธิ ชวดเงินสงเคราะห์  ช่วยแค่เงินเยียวยา 6 พันบาทต่อไร่ 

เกษตรชงครม.ชดเชยชาวสวนยาง 1.7 หมื่นบาทต่อไร่ พวกบุกรุกป่า ไร้เอกสารสิทธิ ชวดเงินสงเคราะห์  ช่วยแค่เงินเยียวยา 6 พันบาทต่อไร่ 

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผย ว่า   กระทรวงเกษตรฯเตรียมเสนอให้ผู้ปลูกยางพาราที่ได้รับความเสียหายจากวาตภัย อุทกภัยได้รับการช่วยเหลือในเกณฑ์เดียวกันทั้งหมดตามที่คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเห็นชอบคือ 1.7 หมื่นบาทต่อไร่  จากที่ก่อนหน้ากระทรวงเกษตรได้รับมอบหมายให้มาดูในรายละเอียดว่าจะมีการแยกประเภทการช่วยเหลือตามข้อเท็จจริงของผู้ปลูกยางในแต่ละราย เนื่องจากเกษตรกรผู้ปลูกยางมีอยู่ด้วยกัน 4ลักษณะ  คือ  รายอยู่ในสวนสงเคราะห์มีทั้งเปิดกรีดยางและยังไม่เปิดกรีดยาง และในรายที่อยู่นอกการสงเคราะห์ที่มีทั้งเปิดกรีดยางและไม่ยังไม่เปิดกรีดยาง 

"ในรายที่อยู่ในการสงเคราะห์หรือแม้ไม่ได้อยู่ในการสงเคราะห์แต่หากมีการเปิดกรีดยางแล้ว จะได้รับการช่วยเหลือจากงบประมาณของ สกย. 1.1 หมื่นบาท  ส่วนรายที่นอกสงเคราะห์และยังไม่เปิดกรีดจะใช้เงินจากรัฐบาลแต่จ่ายตามเกณฑ์การช่วยเหลือของสกย.   สวนยางในเขตป่าที่บุกรุกนั้นจะช่วยเพียงเงินเยียวยาชดเชย 6 พันบาทต่อไร่เท่านั้นจะไม่ช่วยในเรื่องเงินสงเคราะห์เพราะจะไม่รับรองคนปลูกผิดกฏหมาย"นายธีระกล่าว

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรฯว่าจะช่วยเหลือตามเกณฑ์การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 53 กรณีพิเศษ คือพืชสวนช่วยเหลือ 55% ของต้นทุนการผลิตเท่ากับ  6,007 บาทต่อไร่และกรณีเป็นสวนยางที่เปิดกรีดแล้วจะได้รับเงินช่วยเหลือในการปลูกยางใหม่ทดแทนจากกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง(สกย.)ที่ใช้เงินจากค่าธรรมเนียมการสงออกยางสำหรับสงเคราะห์ยางที่ปลูกใหม่ 1.1 หมื่นบาทต่อไร่ทำให้จะได้รับการช่วยเหลือรวม 1.7 หมื่นบาทต่อไร่  

สำหรับความเสียหายล่าสุด สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง(สกย.)รายงาน มีพื้นที่สวนยางพาราที่ประสบอุทกภัยและวาตภัยรวมทั่วประเทศจำนวน    2.1 แสนไร่ แยกเป็นอุทกภัย จำนวน 114,522 ไร่ และวาตภัย จำนวน97,551  ไร่ 

ในการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หารือถึงเกณฑ์การช่วยเหลือสวนยางพาราที่ปลูกในพื้นที่ผิดกฏหมายทั้งในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งมีประมาณหมื่นกว่าไร่ในพื้นที่ภาคใต้และอีกนับพันไร่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น  ที่ประชุมเห็นว่าควรช่วยเหลือเพียงการเยียวยาเท่านั้นในขณะที่เงินสงเคาระห์สำหรับปลูกใหม่ 1.1 หมื่นบาทจะไม่ให้การช่วยเหลือ 

ทั้งนี้นายดำรงค์ พิเดช  รองปลัดกระกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯระบุว่ามีการบุกรุกปลูกยางพาราในเขตป่าสงวนกว่าหมื่นไร่ที่ผ่านมามีการดำเนินคดีในศาลแต่หาผู้ครอบครองที่ไม่ได้ และหลายรายที่กรมป่าไม้จับกุมไปหลุดในชั้นศาลเพราะไม่รับเป็นเจ้าของที่ดิน ซึ่งกรณีนี้หากมารับเงินช่วยเหลือจะถือว่าเป็นผู้ครอบครองที่กระทรวงทรัพย์ฯจะเข้าไปดำเนินคดีได้ทันที

สำหรับพื้นที่ยางที่เสียหายนั้น เป็นสวนยางที่อยู่ระหว่างการสงเคราะห์เสียหายรวม 8.2 หมื่นไร่  สวนยางเปิดกรีดแล้ว 6.8 หมื่นไร่  สวนยางปลูกเองในพื้นที่เหมาะสม 4.6 หมื่นไร่ และสวนยางปลูกเองในพื้นที่ไม่เหมาะสม 1.3 หมื่นไร่ ด้านสวนยางที่ประสบอุทกภัยจำนวน 1.1 แสนไร่ เป็นสวนที่ถูกน้ำท่วมแต่ยังไม่สามารถสำรวจความเสียหายที่แท้จริงได้  สำหรับสวนยางที่ประสบวาตภัยจำนวน  9.7 หมื่นไร่  มีสิทธิ์ได้รับการสงเคราะห์จำนวน  7.8 หมื่นไร่ ไม่มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์ 1.8 หมื่นไร่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท