
ไทยพาณิชย์ดันเบี้ยผ่านลีสซิง
จูงเทเวศขายประกันอุบัติเหตุ หวังลดความเสี่ยงลูกค้าเสียชีวิต
โพสต์ทูเดย์
— ธนาคารไทยพาณิชย์ผนึกเทเวศประกันภัย ออกกรมธรรม์เฉพาะกลุ่ม เจาะลูกค้าเช่าซื้อ ดันยอดขายเพิ่มน.ส.อารยา ภู่พานิช ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายผลิตภัณฑ์สินเชื่อรถยนต์ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธนาคารได้ร่วมมือกับบริษัท เทเวศประกันภัย เพื่อออกแบบประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (พีเอ) เป็นการเฉพาะให้กับกลุ่มลูกค้าที่ขอสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ซึ่งให้ความคุ้มครองกรณีผู้เอาประกันที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์จะได้รับเงินเต็มทุนประกัน โดยธนาคารจะเป็นผู้รับประโยชน์ก่อนเพื่อนำไปปิดบัญชีเงินกู้ จะได้ไม่ต้องเป็นภาระต่อทายาท และหากมีเงินเหลือทายาทก็ยังได้รับคืนต่อไป
นอกจากนี้ จุดเด่น คือ ผู้เอาประกันยังได้รับความคุ้มครองเรื่องค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุอีกด้วย ซึ่งในช่วง 12 เดือนที่เริ่มเปิดขาย ปรากฏว่าได้รับความนิยมจากลูกค้าอย่างมาก สัดส่วนลูกค้าที่ทำประกันก็เพิ่มขึ้นเป็น 50% จากเดิม 1015% ของจำนวนลูกค้าที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ โดยค่าเบี้ยประกันอยู่ที่ประมาณ 7,0008,000 บาทต่อทุนประกัน 5 แสนบาท แต่มีเงื่อนไขว่าหากเป็นรถป้ายแดงต้องดาวน์ไม่ต่ำกว่า 10% และรถมือสองต้องดาวน์ไม่ต่ำกว่า 5%
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาหากเป็นแบบประกันเกี่ยวกับสินเชื่อเช่าซื้อ ธนาคารมีแค่ประกันเครดิตไลฟ์หรือประกันชีวิตสินเชื่อเช่าซื้อของบริษัท ไทยพาณิชย์นิวยอร์คไลฟ์ประกันชีวิต เท่านั้น แต่ประกันพีเอที่ออกมาใหม่นี้ ก็มีจุดประสงค์ที่เหมือนกัน คือ ไม่ต้องการให้ลูกค้าทิ้งภาระไว้กับคนข้างหลัง หากมีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น
“
ทั้งสองแบบมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของลูกค้า เช่น ถ้าทำประกันพีเอแล้วเกิดเหตุขึ้น เมื่อธนาคารปิดบัญชีแล้วก็ยังมีเงินเหลือให้กับทายาทได้ เพียงแต่ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์เท่านั้น หากเป็นเครดิตไลฟ์ธนาคารก็ได้เงินแค่ปิดบัญชีเท่านั้น และต้องมีการตรวจสุขภาพด้วย แต่ข้อดี คือ เสียชีวิตได้ทุกกรณีก็ได้รับความคุ้มครอง จึงทำให้เห็นว่าแบบประกันจะขายได้ดีหรือไม่ดี ต้องขึ้นอยู่กับการออกแบบประกัน และตรงกับความต้องการของลูกค้าด้วย เป็นการลดความเสี่ยงของทั้งสองฝ่าย” น.ส.อารยา กล่าวน.ส.อารยา กล่าวว่า สำหรับยอดปล่อยสินเชื่อในปีนี้ คาดว่าจะมียอดสินเชื่อคงค้างที่ 8.5 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าเล็กน้อย เฉลี่ยปล่อยสินเชื่อได้เดือนละ 1 หมื่นคัน ซึ่งในส่วนของรถป้ายแดงธนาคารถือว่ามีความแข็งแกร่งพอควรแล้ว ทำให้แบ่งเป็นสินเชื่อรถป้ายแดงประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นสินเชื่อรถมือสองและลูกค้าเดิมของบริษัท บริษัท ไทยพาณิชย์ลิสซิ่ง ซึ่งการยอดสินเชื่อคงค้างที่ได้ถือว่าทำได้สูงกว่าเป้าเล็กน้อย เนื่องจากได้รับผลดีจากยอดขายรถยนต์ป้ายแดงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในปีหน้าจะเริ่มบุกตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถและตลาดรถยนต์มือสองมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันยังมีสัดส่วนที่น้อยอยู่ โดยยังตั้งเป้าเป็นอันดับ 1 ให้ได้ภายในปี 2555
โดยเฉลี่ยในขณะนี้ปล่อยสินเชื่อรถมือสองเดือนละ 1,000 คัน สินเชื่อจำนำทะเบียนรถเดือนละ 1,000 คัน และสินเชื่อรถป้ายแดงเดือนละ 8,000 คัน ซึ่งหากเทียบกับคู่แข่งในตลาดแล้วจะเห็นได้ว่าคู่แข่งปล่อยสินเชื่อรถมือสองได้ถึงเดือนละประมาณ 5,000 คัน
“
ตอนนี้แผนบุกสินเชื่อรถป้ายแดงในเขตกรุงเทพและปริมณฑลเราแน่นแล้ว เหลือในต่างจังหวัดที่เราต้องบุกรถป้ายแดงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรถกระบะที่มีฐานลูกค้าอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงตลาดรถมือสองและจำนำทะเบียนที่ต้องทำควบคู่กัน ซึ่งเราต้องใช้สาขาธนาคารที่มีอยู่ทั่วประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการพัฒนาคนเพื่อรองรับสินเชื่อรถมือสอง โดยยังยึดเป้าหมายเดิมเป็นเบอร์ 1 ให้ได้ภายในปี 2555”น.ส.อารยา กล่าวสำหรับแนวโน้มในปี 2554 คาดว่าอัตราดอกเบี้ยต้องมีการปรับขึ้น ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาดที่ต้นทุนทางการเงินได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปแล้ว แต่คาดว่าถึงอย่างไรดอกเบี้ยเช่าซื้อคงปรับขึ้นได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะตลาดเองก็ยังมีการแข่งขันในอัตราที่สูง
นายณรงค์ ศรีจักรินทร์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บริหารช่องทางขาย ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เป้าหมายหลักที่จะเข้ามารับหน้าที่ดูแลเรื่องสินเชื่อเช่าซื้อต่อจาก น.ส.อารยา คงต้องทำให้ได้การเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายไปยังตลาดรถมือสอง และภายใน 12 ปี จะต้องเพิ่มสัดส่วนรถป้ายแดงให้เป็น 60% รถมือสอง 20% จำนำทะเบียนรถ 20% จากปัจจุบันรถป้ายแดง 80% รถมือสอง 10% และจำนำทะเบียนรถ 10%







