
ไฟแนนซ์ทูเดย์
....ต้นกล้า
“
เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น จงก้มหน้ายอมรับและหาทางแก้ไขมันซะ อย่ามัวแต่ไปสืบเสาะหาความผิดพลาด”rr...
กระแส CSR ในบ้านเรานั้นค่อนข้างแรงมากๆ ในระยะ23 ปีที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการ องค์กรเอกชนหลายรายออกมาเรียกร้องกันอย่างต่อเนื่องให้กระทรวงการคลังเพิ่มอัตราการหักลดหย่อนขึ้นมาจากปกติที่หักลดหย่อนได้แค่ 2% ของกำไรสุทธิ เป็น 45%แต่เชื่อหรือไม่ ข้อมูลที่หน่วยงานภาษีรายงานให้ กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง พิจารณาตัดสินใจนั้นจิ๊บๆ จริงๆ
ปัจจุบันมีบริษัทเอกชนที่ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากกิจกรรม CSR แค่ 1.6 หมื่นบริษัท และมีการหักภาษีไปเพียง 0.69% ของกำไรสุทธิทั้งหมด
ส่วนบุคคลธรรมดาที่กฎหมายอนุมัติให้หักลดหย่อนภาษีได้ 10% ของรายได้รวม ปรากฏว่ามีเพียง 3.6 แสนคนเท่านั้นที่มาใช้สิทธิ คิดเป็นการใช้สิทธิเพียง 2.62.7% ของรายได้เท่านั้น ยังมีช่องว่างอยู่มาก
ม่ายรุว่าเพราะขาดการประชาสัมพันธ์ หรือเพราะเอกชนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ามีสิทธิหรือเปล่า
rr...ป้องปากซุบซิบ จุ๊บจิ๊บ หัวเราะคิกๆ คักๆ กันทั่ว 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานที่ปรึกษา พรรคเพื่อไทย บอกว่าจะมีหม่อมเจ้ารุ่นสุดท้ายที่ชื่อ พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล จะมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค เพื่อแก้เกมเรื่องข้อกล่าวหาเรื่องสถาบัน
ลงถ้าเป็น พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ที่ปัจจุบันนั่งเป็นประธานสโมสรราชวิถีจริง คงได้ซี้ดซ้าดกันแน่ เพราะก่อนหน้าไม่กี่วัน คนใต้ใน 5 จังหวัด เพิ่งออกโรงมาประท้วงและร้องเรียนไปยังกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรให้ช่วยติดตามทวงถามเงิน 2.1 ล้านบาท ซึ่ง พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ที่เป็นประธานจัดการแข่งขันฟุตบอลสมานฉันท์ชายแดนใต้ในเดือน มิ.ย.ไม่ยอมจ่ายเงินรางวัล 2.1 ล้านบาท ให้สมาคมฟุตบอลใน 5 จังหวัด ทั้งๆ ที่แข่งจบไปนานแล้ว ลองเป็นเช่นนี้ ไม่ช้าไม่นานคงจะกลายเป็นขี้ปากชาวบ้านแน่ๆ รีบแก้ไขด่วน...ว่าสามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักจากรายได้ หรืออาจจะขาดการประชาสัมพันธ์ จึงมองว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มสิทธิภาษีเพื่อจูงใจ "รัฐบาลยังมีมาตรการภาษีอีกมากที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะเรื่อง เช่นจูงใจให้มีการใช้เอทานอลมากขึ้น การหักภาษีรถยนต์นำเข้าที่ใช้อี 85 หรือแม้แต่มาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมการอ่านหนังสือ เหล่านี้ถือว่าเป็นการดำเนินการด้านซีเอสอาร์ของรัฐบาลด้วย"
นายกรณ์กล่าวว่า หากจะเทียบบทบาทระหว่างรัฐบาลกับเอกชนในการทำซีเอสอาร์ จากข้อมูลปี 2551 มีการจัดลำดับบริษัทและประเทศโดยวัดขนาดของประเทศจากผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี และวัดขนาดบริษัทจากยอดขายพบว่า ในจำนวน 100 องค์กรที่ใหญ่ที่สุด มี 65 แห่งเป็นบริษัท และเป็นประเทศเพียง35 แห่งเท่านั้น หรือหากจะประเมินบริษัท แชร์ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างอังกฤษกับฮอลแลนด์ยังมีขนาดบริษัทใหญ่กว่าฮอลแลนด์ทั้งประเทศ หรือแม้แต่บริษัท พีแอนด์จี ยังพบว่ามีขนาดใหญ่กว่าไทยถึง 2 เท่า ดังนั้น เอกชนจะมีพลัง บทบาท และหน้าที่ส่งเสริมด้านซีเอสอาร์ได้มากกว่ารัฐบาล







