posttoday
บลจ.ทิสโก้มั่นใจเข้าเป้า

บลจ.ทิสโก้มั่นใจเข้าเป้า

15 พฤศจิกายน 2553

 

 

กองทุนรวมบุคคลโต20% โปรโมตกองภาษีเชียร์หุ้นจีน

โพสต์ทูเดย์ — บลจ.ทิสโก้ มั่นใจรายได้ธุรกิจกองทุนรวมกองทุนส่วนบุคคลปีนี้โตเข้าเป้า 20% เผย 2 เดือนสุดท้ายไม่เน้นออกกองทุนใหม่ โปรโมตกองทุนลดหย่อนภาษีหุ้นจีน

นายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้บริษัทไม่มีแผนออกกองทุนใหม่ๆ เพิ่ม เนื่องจากเพิ่งออกกองทุนเพื่อไปลงทุนต่างประเทศ (เอฟไอเอฟ) หลายกอง และปัจจุบันมีการลงทุนที่หลากหลายเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้าแล้ว ไม่ว่าจะเป็นลงทุนหุ้นจีน เอเชีย เป็นต้น

“เราคงเน้นโปรโมตกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ในช่วงเทศกาลใกล้สิ้นปี รวมถึงโปรโมตกองทุนเอฟไอเอฟที่มีอยู่ เพราะมองว่าเป็นโอกาสในการกระจายไปลงทุนต่างประเทศ” นายธีรนาถ กล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทมั่นใจว่ารายได้ในปีนี้จะเติบโตเป็นไปตามที่วางไว้ที่ 20% ทั้งจากธุรกิจกองทุนรวมและธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล โดยในส่วนของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (เอ็นเอวี) ของกองทุนรวมคาดว่าจะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ 1.8 หมื่นล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันเอ็นเอวีอยู่ที่ 1.76 หมื่นล้านบาท

ส่วนกองทุนส่วนบุคคลยอมรับว่าการขยายตัวของเอ็นเอวีอาจไม่มากนัก เนื่องจากลูกค้าส่วนหนึ่งนำเงินที่เคยให้บริหารอยู่ออกไปใช้ในการดำเนินธุรกิจเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ใน 10 เดือนแรกของปีนี้ ธุรกิจกองทุนรวมของ บลจ.ทิสโก้ เติบโต 17.68% จาก 1.5 หมื่นล้านบาท ในสิ้นปี 2552 ส่วนกองทุนส่วนบุคคลโต 9.16% จากสิ้นปี 2552 อยู่ที่ 3.77 หมื่นล้านบาท เป็น 4.12 หมื่นล้านบาท

นายธีรนาถ กล่าวว่า ภาพรวมการลงทุนในปีนี้การลงทุนในกองทุนเอฟไอเอฟจะแพ้การลงทุนในตลาดหุ้นไทย ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงถึง 38% ขณะที่ดัชนี MSCI เอเชีย แปซิฟิก ปรับเพิ่มขึ้น 15% ส่วนหุ้นจีน HSHARE เพิ่มขึ้นเพียง 8% ดังนั้นจึงมองว่านักลงทุนควรกระจายการลงทุนไปต่างประเทศ เช่น จีนหรือภูมิภาคเอเชีย ที่ราคาหุ้นยังปรับตัวไม่มาก โดยปัจจุบันหุ้นจีนสัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) 11 เท่าเศษ และแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจสูงกว่าไทย ขณะที่หุ้นไทยซื้อขายที่พี/อี 14 เท่า

“นักลงทุนต่างชาติบางคนก็เริ่มกลัวตลาดหุ้นไทย เพราะราคาปรับขึ้นมากจากกระแสเงินทุนไหลเข้า คนที่ยังไม่ได้ซื้อหุ้นก็เลยเลือกไปประเทศที่ราคาหุ้นขึ้นช้า เช่น จีน ถือเป็นหุ้นที่มีโอกาสขึ้นแรง (แร็กการ์ด)” นายธีรนาถ กล่าว

สำหรับหุ้นไทยมองเป้าดัชนีปี 2554 อยู่ที่ 1,200 จุด ซึ่งยังมีส่วนต่างจากปัจจุบันอยู่พอสมควร

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69