
นายกฯเผยต่างชาติพร้อมขยายการค้า-ลงทุนกับไทย
มาร์คเผยผู้นำต่างชาติพร้อมขยายการค้า-การลงทุนกับไทย ขณะที่ผลประชุมเอเปคหนุนสมาชิกรวมตัวเป็นประชาคมทางเศรษฐกิจ
มาร์คเผยผู้นำต่างชาติพร้อมขยายการค้า-การลงทุนกับไทย ขณะที่ผลประชุมเอเปคหนุนสมาชิกรวมตัวเป็นประชาคมทางเศรษฐกิจ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าร่วมประชุม ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 18 ที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่นในวันสุดท้ายว่า ช่วงเช้าวันนี้ (14พ.ย.) ได้มีโอกาสหารือกับสภาเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก ซึ่งเสียงสะท้อนที่ได้รับไม่ต่างจากนักธุรกิจสหรัฐ ที่ได้รับเมื่อวานนี้ (13พ.ย.) และอีกหลายชาติ ที่ต่างพอใจและไม่มีใครยกปัญหาหรืออุปสรรคด้านการลงทุนขึ้นมาสอบถาม
ทั้งนี้ที่ผ่านมารัฐบาลได้แก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่อการลงทุนไปหมดแล้ว โดยในการหารือทวิภาคีกับนางสาว Julia Gillard นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย และนาย Stephen Harpen นายกรัฐมนตรีแคนาดา ทั้งสองต่างสนันสนุนเช่นกันที่จะขยายการค้าการลงทุนกับไทย โดยเฉพาะการส่งเสริมบทบาทภาคเอกชน ขณะที่ออสเตรเลียสนใจเรื่องการค้ามนุษย์และการโยกย้ายถิ่นฐานประชากรข้ามประเทศด้วย ส่วนแคนาดา ไทยและแคนาดาต่างเห็นพ้องที่จะเพิ่มกิจกรรมต่างให้มากขึ้นในโอกาสที่แคนาดาจะครบรอบ 50ปีความสัมพันธ์กับไทย และ 35 ปีความสัมพันธ์แคนาดา-อาเซียน ซึ่งไทยเป็นผู้ประสานงานกับแคนาดาภายใต้กรอบอาเซียน
สำหรับเวทีการประชุมเอเปควันสุดท้าย ที่ประชุมยังคงหารือต่อเนื่องจากวานนี้ ภายใต้กรอบการมองไปข้างหน้าร่วมกัน เพราะแม้ประเทศสมาชิกจะพอใจกับผลงานที่มาของเอเปค แต่ ต่างยอมรับว่า โลกมีการเปลี่ยนแปลงจึงต้องมีการปรับตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการบริการที่ต้องสนับสนุนให้มีการค้าแบบเปิดมีคุณภาพ ควบคู่กับความสมดุล เป็นธรรมและมีนวัตกรรม
ส่วนเวทีการเจรจาผู้นำเอเปคที่สุดได้มีการออกปฎิญญา ซึ่งกล่าวถ้อยแถลงโดย นายนาโอโตะ คัง นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น สรุปความได้ว่า เอเปคเห็นพ้องกันที่จะจับมือให้เอเปคเป็นประชาคมที่มีการรวมตัวทางเศรษฐกิจ สนับสนุนการค้าการลงทุนเสรีที่ปราศจาก อุปสรรคและการกีดกันทางการค้า ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจของประชาคมเอเปค จะต้องเติบโตอย่างมั่นคง โดยยึดหลักสมดุล ระหว่างภาคเศรษฐกิจและสังคม ขณะเดียวกันก็จะยึดแนวทางเศรษฐกิจสีเขียว คือการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไปด้วย ในส่วนของภาคพลเมือง ประชาคมเอเปคเห็นพ้อง ที่จะต้องทำให้ประชาชนของประชาคมมีความมั่นใจ สามารถทำกิจกรรมต่างๆได้อย่างอิสระ ปลอดภัย ปราศจากความหลาดกลัว ความยากจน อาชญกรรม ความรุนแรง รวมไปถึงโรคภัยไข้เจ็บ
นายกฯยังได้สรุปถึงภาพรวมการเดินทางปฏิบัติภารกิจตลอด 3 วันที่ผ่านมา ทั้งการร่วมเปิดเอเชี่ยนเกมส์ที่นครกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน และการประชุมเอเปค ที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่นว่า สามวันที่ผ่านมา ถือเป็นโอกาสของประเทศ ที่ได้พบปะกับผู้นำและนักลงทุนต่างๆซึ่งได้ใช้โอกาสนี้ ตอกย้ำถึงจุดยืนต่างๆของประเทศไทย ทำให้ได้รับความมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยได้เริ่มฟื้นตัวแล้วอย่างยั่งยืน







