posttoday
การจัดพอร์ตการลงทุนในยามที่ตลาดมีสัญญาณร้ายเพิ่มขึ้น

การจัดพอร์ตการลงทุนในยามที่ตลาดมีสัญญาณร้ายเพิ่มขึ้น

02 กันยายน 2562

คอลัมน์ รู้รอบโลก รู้รอบรวย โดย...ดร. ตรีพล ภูมิวสนะ Private Banking Business Head, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย

คอลัมน์ รู้รอบโลก รู้รอบรวย โดย...ดร. ตรีพล ภูมิวสนะ Private Banking Business Head, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย

ความผันผวนรายวันของตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้โลกกำลังเพิ่มสูงขึ้นในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จากสาเหตุหลายด้านด้วยกัน แต่สาเหตุหลักๆ 4 ด้านที่รุมเร้าตลาดหุ้นและตราสารหนี้ในช่วงนี้ คือ

1. สภาวะ “Inverted Yield Curve” หรืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้น โดยอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลงเหลือ 1.469 % ซึ่งต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรอายุ 2 ปีที่ 1.504 % ในวันที่ 28 สิงหาคม ซึ่งนี่เป็นครั้งที่สองแล้วในปีนี้ การเกิด “Inverted Yield Curve” นั้นมักจะตามมาด้วยสภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่ก็ไม่ใช่ทุกๆ ครั้ง เช่นปี 1998 ก็เคยเกิดขึ้นเบาๆ ครั้งหนึ่ง แต่ใช้เวลาอีก 2 ปีครึ่ง จึงเกิดเศรษฐกิจถดถอยและตลาดหุ้นพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนที่เกิดฟองสบู่ดอดคอมแตกในปี 2001

2. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคผลิตประจำเดือนสิงหาคม 2019 ก็ปรับลดลงมาอยู่ที่ 49.9 จุด ต่ำกว่าระดับ 50 จุด ซึ่งเป็นเส้นแบ่งระหว่างสภาวะหดตัวและขยายตัว (> 50 สะท้อนการขยายตัว และ < 50 สะท้อนการหดตัว) เป็นครั้งแรกและแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 10 ปี

3. ข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ก็ดูจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม สภาแห่งรัฐของจีนซึ่งเป็นคณะรัฐมนตรีจีน ประกาศว่าจีนจะเรียกเก็บภาษีในอัตรา 5-10% เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ ที่ประกาศจะจัดเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีนวงเงิน 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ในอัตรา 10% ต่อมาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ได้ออกมาตอบโต้จีนทันทีหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ด้วยการทวีตสั่งให้บริษัทสหรัฐฯ รีบถอนตัวออกจากจีน เพื่อกลับมาผลิตสินค้าในสหรัฐฯ พร้อมกับประกาศว่าสหรัฐฯ จะเริ่มจัดเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีนวงเงิน 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ในอัตรา 15% ไม่ใช่ 10% ที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้

4. ข่าวดีที่นักลงทุนรอคอย ไม่ได้เป็นไปอย่าที่คาดเมื่อคำแถลงการณ์ของประธาน FED นายเจอโรม พาวเวล ในการประชุมเศรษฐกิจประจำปีที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิ่ง เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ไม่ได้มีการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ที่เริ่มมีสัญญาณร้ายต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นมีความผันผวนเพิ่มสูงขึ้น การจัดพอร์ตการลงทุนในช่วงนี้จึงมีความสำคัญมาก การจัดพอร์ตที่มีการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสมและเน้นน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำจะช่วยให้นักลงทุนรอดพ้นจากสภาวการณ์ดังกล่าวได้

รูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมในช่วงเวลานี้ คือ การแบ่งเงินลงทุนส่วนใหญ่ 60%-70% ในกองทุนผสมเพื่อเป็นแกนกลางสร้างความมั่งคั่งระยะยาว 10-20% เน้นลงทุนในกองทุนตราสารหนี้และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มีผลตอบแทนสม่ำเสมอ 10-15% เพิ่มผลตอบแทนด้วยการลงทุนกองทุนหุ้นที่มีกลไกควบคุมความเสี่ยง และส่วนที่เหลือ 5% เน้นกระจายการลงทุนในทองคำเพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่การลงทุนผันผวนมาก แต่มีสินทรัพย์ที่ผลตอบแทนไปในทิศทางที่สวนกันคือ หุ้นตก ตราสารหนี้ขึ้น ทำให้ผู้ที่มีการกระจายความเสี่ยงที่ดี ยังคงมีผลตอบแทนที่ดีได้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ