
แกะสลักเลเซอร์มือถือ โฉบเฉี่ยวไม่ซ้ำใคร
งานแกะสลักลงบนพื้นผิวอุปกรณ์ต่างๆ เริ่มเป็นที่สนใจของคนทั่วไป เพราะคนไม่ต้องการที่จะใช้ของเหมือนกับใคร ต้องการที่จะมีความแตกต่าง...
งานแกะสลักลงบนพื้นผิวอุปกรณ์ต่างๆ เริ่มเป็นที่สนใจของคนทั่วไป เพราะคนไม่ต้องการที่จะใช้ของเหมือนกับใคร ต้องการที่จะมีความแตกต่าง...
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
ในยุคนี้ หันมองไปทางไหนก็เห็นแต่คนใช้โทรศัพท์มือถือยี่ห้อและรุ่นซ้ำๆ กัน การเติมแต่งลวดลายที่สวยงามลงบนโทรศัพท์มือถือจึงเป็นหนึ่งทางเลือกที่เข้ามาทำให้โทรศัพท์มีจุดเด่น สร้างความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว บ่งบอกถึงตัวตนของผู้ใช้ให้มากที่สุด
ธุรกิจรับแกะสลักเลเซอร์ลงบนพื้นผิวโทรศัพท์จึงเกิดขึ้น เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ที่แต่ละคนนิยมความแตกต่างกันไป
พงศิญา ประดิษฐยนต์ เจ้าของร้าน 73 Saint Germain ร้านรับแกะสลักเลเซอร์ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้มาจากการเขียนแผนธุรกิจส่งอาจารย์ก่อนจบการศึกษาระดับปริญญาโท ที่ประเทศฝรั่งเศส ได้แนวคิดมาจากการไปซื้อโทรศัพท์ยี่ห้อไอโฟนในต่างประเทศ
ร้านขายโทรศัพท์จะรับแกะสลักตัวหนังสือให้ฟรี แต่จำกัดให้ทำได้ 2 บรรทัด จึงดึงแนวคิดนี้มาต่อยอดทำเป็นธุรกิจ รับแกะสลักเลเซอร์ลงบนโทรศัพท์มือถือ เน้นการออกแบบลวดลายให้มีเอกลักษณ์บ่งบอกถึงเจ้าของโทรศัพท์มากที่สุด เมื่อส่งงานไปแล้วจึงมีคนแนะนำให้ไปทำจริงๆ เพราะโครงการมี ความเป็นไปได้สูง เหมาะกับลูกค้าคนไทยที่นิยมเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือบ่อย
ธุรกิจนี้จึงเริ่มเปิดดำเนินการที่เมืองไทย เริ่มจากการแกะสลักลวดลายลงบนโทรศัพท์มือถือ และวัสดุทุกชนิดที่มีพื้นผิวเรียบก็สามารถนำมาแกะสลักได้หมด ยกเว้นพื้นผิวที่เป็นโลหะแข็งและซิลิโคน
เมื่อลูกค้าเริ่มสนใจมากขึ้น ก็นำอุปกรณ์ต่างๆ ที่หลากหลายเข้ามาให้แกะสลักมากขึ้น เช่น กล้องถ่ายรูป คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก กระเป๋าหนัง เป็นต้น ทำให้ลูกค้าที่เคยมาใช้บริการแล้วก็พยายามหาสินค้าชนิดอื่นๆ มาทำเพิ่มเติม
“งานแกะสลักลงบนพื้นผิวอุปกรณ์ต่างๆ เริ่มเป็นที่สนใจของคนทั่วไป เพราะคนไม่ต้องการที่จะใช้ของเหมือนกับใคร ต้องการที่จะมีความแตกต่าง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใช้แม้จะเป็นยี่ห้อเดียวกัน แต่ก็ต้องมีความโดดเด่นกว่าเครื่องอื่นๆ เมื่อนำมาแกะสลักก็จะบ่งบอกถึงความเป็นตัวเอง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว บางครั้งลูกค้าเข้ามาต้องการให้แกะสลักเป็นลายเซ็นลงไปบนมือถือก็มี ส่วนเรื่องการมีลายคงทนถาวรแล้วจะเบื่อถือเป็นเรื่องรอง”
พงศิญา กล่าวต่อว่า ลวดลายที่แกะสลักมีทั้งออกแบบเอง เพื่อนช่วยทำมา ลายสำเร็จรูป ลูกค้าออกแบบมาเอง หรือนำรูปถ่ายมาก็ได้ ทางร้านจะนำมาทดลองวางลายในคอมพิวเตอร์ให้ลูกค้าดูก่อน แนะนำและช่วยจัดลายให้ เมื่อพอใจแล้วค่อยลงมือเข้าเครื่องยิงลายลงบนอุปกรณ์
ราคาแกะ เริ่มต้นตั้งแต่ 250–1,300 บาท แล้วแต่ขนาดและความละเอียดของลาย ส่วนขั้นตอนการยิงจะใช้เวลา 5-10 นาที หรือถ้าเป็นอุปกรณ์ขนาดใหญ่อย่างโน้ตบุ๊กก็จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ลูกค้าสามารถรอรับได้เลย โดยไม่ต้องทิ้งของไว้ที่ทางร้านนานข้ามวัน
ในส่วนของลูกค้าคนไทยนิยมนำโทรศัพท์มือถือมาทำ แต่จะเป็นการแกะสลักลงบนหน้ากาก หรือกรอบของมือถือมากกว่าแกะลงไปบนตัวโทรศัพท์เลย เพราะกลัวว่าเมื่อนำไปขายต่อจะเสียราคา ซึ่งก็เป็นผลดีต่อทางร้าน เพราะเมื่อลูกค้าเปลี่ยนกรอบโทรศัพท์ใหม่ ก็จะนำมาแกะใหม่อีกครั้ง
แต่ลูกค้าชาวต่างชาติจะนิยมให้ทำลงบนตัวโทรศัพท์เลย เพราะต่างชาติซื้อโทรศัพท์แบบเป็นสัญญาระยะยาว เปลี่ยนโทรศัพท์ไม่บ่อย ตัดสินใจทำง่าย การแกะสลักลงไปบนตัวเครื่องก็จะไม่ส่งผลต่อระบบการทำงาน หรือทำให้เครื่องเสีย เพราะแกะลงบนพื้นผิวภายนอกเท่านั้น
นอกจากกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ใช้โทรศัพท์มือถือแล้ว ยังจับกลุ่มบริษัทที่ต้องการทำของพรีเมียม เช่น การแกะสลักโลโก้ลงบนสินค้า ซึ่งมีลูกค้าประเภทโรงแรม รีสอร์ต นำเครื่องใช้ภายในโรงแรมมาให้แกะสลักโลโก้โรงแรม และเลขห้องลงบนสินค้า เพื่อป้องกันการสูญหายก็มี ทำให้ได้ลูกค้าที่หลากหลายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ทางร้านยังมีช่างซ่อมโทรศัพท์มือถือประเภทไอโฟน แบล็คเบอร์รี่ มาประจำอยู่ที่ร้านทุกวันด้วย ลูกค้าที่มาซ่อมโทรศัพท์บางครั้งก็นำโทรศัพท์มาแกะสลักพร้อมกันไปเลย ซึ่งลูกค้าของช่างก็แบ่งมาเป็นลูกค้าของทางร้านอีกทอดหนึ่ง
สถานที่ร้านตั้งอยู่ที่ตึกดิจิตอล เกตเวย์ ชั้น 5 สยามสแควร์ ที่เลือกที่นี่เพราะต้องการอยู่ในสยามและอยู่ในอาคาร ตึกนี้เป็นตึกที่เกี่ยวกับสินค้าไอที เทคโนโลยีอยู่แล้ว จึงเข้ากับร้านได้ดี ส่วนมาบุญครองแม้จะมีลูกค้าเยอะ แต่เมื่อเข้าไปแล้วจะทำราคาไม่ได้ ทางร้านจะเน้นการให้บริการแบบพรีเมียม ไม่เน้นแข่งขันด้านราคา รวมทั้งที่นี่ยังค่อนข้างเป็นส่วนตัว ลูกค้าพอใจที่จะมานั่งรอและใช้บริการของทางร้าน
อย่างไรก็ตาม การรับแกะสลักลวดลายลงบนโทรศัพท์มือถือยังเป็นสิ่งใหม่ของคนไทย ร้านนี้|น่าจะเป็นร้านแรกของเมืองไทยที่เปิดให้บริการในลักษณะนี้ เพราะส่วนใหญ่จะรับทำตามเว็บไซต์ การทำตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ จึงต้องพยายามให้ข้อมูลและตัวอย่างสินค้าให้ลูกค้าดู
ที่ร้านจะเน้นทำประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก http://www.facebook.com/73saintgermainpages/ ช่องทางนี้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ดี ลูกค้ากว่า 40% รู้จักผ่านร้านช่องทางดังกล่าว เมื่อลูกค้ามาทำแล้วก็จะไปโพสต์รูปบอกต่อกันในเฟซบุ๊ก ทั้งยังมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างน้อยต่อการแสดงโฆษณาแต่ละครั้ง และมีการเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน
ช่องทางการโฆษณานี้แม้จะเป็นช่องทางใหม่ แต่ก็เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและตรงจุด ขณะเดียวกันก็จะร่วมทำประชาสัมพันธ์กับทางร้านค้าในตึกดิจิตอลเกตเวย์ ร้านไหนมีกิจกรรมก็จะเข้าไปร่วมด้วย เพื่อให้คนรู้จักร้านมากขึ้น
พงศิญา วางเป้าหมายทางธุรกิจในอนาคตไว้ว่า เดิมตั้งใจในระยะ 3 ปีนี้ จะเปิดสาขาเพิ่มให้ได้อีก 3 ร้าน แต่พอมีเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองขึ้น แผนงานก็ชะลอออกไป เพราะปิดร้านลูกค้าก็หายไป ตอนนี้เปิดมาใหม่ก็เหมือนเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แต่ก็จะพยายามทำให้ได้ตามที่วางไว้ แม้จะเลื่อนระยะเวลาออกไปบ้าง ส่วนการขยายการผลิตไปทำอย่างอื่นคงจะไม่ทำ เพราะจะทำให้ร้านดูไม่ชัดเจน ไม่มีเอกภาพ
สนใจสอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-623-4130, 08-0773-0973 หรือ www.73saintgermain.com







