
คุมอสังหาฯแรงไม่จริง
ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งหนัก ผสมโรงมาตรการดับร้อนอสังหาฯ ของธปท. กดหุ้นไทยระหว่างวันร่วง 30 จุด หลุด 1,000 จุด รายใหญ่เชื่อพักฐานชั่วคราว แนะซื้อหุ้นใหญ่เก็บ ด้านหุ้นอสังหาฯ ไม่สะท้านยา เชื่อไม่มีผล
ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งหนัก ผสมโรงมาตรการดับร้อนอสังหาฯ ของธปท. กดหุ้นไทยระหว่างวันร่วง 30 จุด หลุด 1,000 จุด รายใหญ่เชื่อพักฐานชั่วคราว แนะซื้อหุ้นใหญ่เก็บ ด้านหุ้นอสังหาฯ ไม่สะท้านยา เชื่อไม่มีผล
ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลง โดยเฉพาะตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับตัวลงอย่างหนัก เช่นตลาดหุ้นจีน ปรับตัวลง 5.16% ตลาดหุ้นฮ่องกง ร่วง 1.93% ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ร่วง 1.39% หรือตลาดไต้หวัน ลดลง 1.43%
สำหรับตลาดหุ้นไทยปรับตัวอยู่ในแดนลบตลอดทั้งวัน ซึ่งเปิดตลาดช่วงบ่าย ดัชนีไหลลงอย่างรวดเร็ว 30 จุด หลุด 1,000 จุด นอกจากได้รับอิทธิพลจากตลาดหุ้นเอเชียแล้ว การประกาศมาตรการคุมสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำให้นักลงทุนตื่นเทขายหุ้นใหญ่ออกมา แต่หลังจากนั้นมาตรการแรงไม่จริง ทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นอสังหาริมทรัพย์ ดัชนีกระเตื้องขึ้นมาปิดที่ 1,018.86 จุด ลดลง 11 จุด หรือ 1.07% มูลค่าซื้อขาย 48,417.70 ล้านบาท
ต่างชาติขายสุทธิ 1,288 ล้านบาท สถาบันขาย 863 ล้านบาท และพอร์ตเทรดโบรกเกอร์ขาย 741 ล้านบาท
นายยรรยง ไทยเจริญ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า ดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวลงแรง 30 จุด มีสาเหตุจากความกังวลมาตรการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจของหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย ทำให้มีแรงทำกำไรลดความเสี่ยงออกมา และเข้าสู่ช่วงปิดงบปลายปีต่างชาติจะขายหุ้นทำกำไรออกมา
นายยรรยง กล่าวว่า มาตรการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจที่หลายประเทศเตรียมประกาศใช้มีทั้งการควบคุมเงินทุนไหล มาตรการดอกเบี้ยเพื่อคุมอัตราเงินเฟ้อ และมาตรการที่ใช้สกัดกั้นปัญหาฟองสบู่ เชื่อว่าแต่ละประเทศจะออกมาตรการเฉพาะจุดในกรอบจำกัด จึงไม่มีผลรุนแรงหรือกดดันบรรยากาศลงทุนยาวนาน
“มาตรการรัฐเป็นความเสี่ยงที่เร่งให้ขายทำกำไรเร็วขึ้น ของเราเองแบงก์ชาติก็ออกมาตรการคุมสินเชื่ออสังหาฯ จีนก็ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ เกาหลีก็เตรียมยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อคุมเงินทุนไหลเข้า ซึ่งล้วนส่งผลต่ออารมณ์ตลาดในระยะสั้น เชื่อว่าระยะยาวหุ้นไทยยังสามารถปรับตัวขึ้นได้ จากเงินทุนไหลเข้า และพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่ง
นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักลงทุนรายใหญ่ กล่าวว่า การแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับค่าเงินบาท ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลงช่วงสั้นๆ ซึ่งเป็นไปตามภาวะตลาดหุ้นทั่วโลก เชื่อว่าตลาดจะพักฐานชั่วคราวและไม่น่ากลัว เนื่องจากพื้นฐานประเทศยังดี แนะนำเข้าเก็บหุ้นขนาดใหญ่พื้นฐานดี
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย (SPALI) กล่าวว่า มาตรการควบคุมอสังหาริมทรัพย์ด้วยการคุมสินเชื่อของผู้ซื้อ เป็นการทำลายบรรยากาศการตลาดอสังหาริมทรัพย์ และไม่ได้ตอบโจทย์การแก้ปัญหาป้องกันการเก็งกำไรหรือการเกิดฟองสบู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งควรควบคุมผู้ประกอบการมากกว่าผู้ซื้อ โดยให้ขายก่อน 4050% ของมูลค่าโครงการแล้วค่อยปล่อยสินเชื่อโครงการให้กับผู้ประกอบการ
“มาตรการคุมสินเชื่อส่งผลกระทบบริษัทน้อยมาก ลูกค้าส่วนใหญ่วางเงินดาวน์ 1617% และหากควบคุมผู้ประกอบการบริษัทก็ไม่มีปัญหา เพราะมีเงินทุนหมุนเวียนระดับสูงอยู่แล้ว”
สำหรับรายได้ของบริษัทในปีนี้คาดว่าจะมีจำนวน 1.1 หมื่นล้านบาท และมียอดขาย 1.5 หมื่นล้านบาท โต 15% เป็นไปตามเป้าหมาย และปีหน้าคาดว่าจะโตต่อเนื่องประมาณ 15% โดยจะมีการเปิดตัว 18-20 โครงการ มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม มาตรการ ธปท. ที่ออกมาไม่น่ากลัวอย่างที่คิด หุ้นอสังหาริมทรัพย์หลายตัวจึงปรับตัวขึ้นมาได้ เช่น แอล.พี.เอ็น (LPN) ปิด 9.75 บาท บวก 0.55 บาทและศุภาลัย (SPALI) ปิด 11 บาท บวก 0.50 บาท







