posttoday

ก.ล.ต.เพิ่มกำกับดูแลการออกตราสารหนี้ หลังพบมีจุดอ่อน

02 สิงหาคม 2562

PPPM พลิกสถานการณ์เคลียร์หนี้ ยันไม่ผิดนัดชำระหนี้-ดำเนินธุรกิจปกติ

PPPMพลิกสถานการณ์เคลียร์หนี้ ยันไม่ผิดนัดชำระหนี้-ดำเนินธุรกิจปกติ

น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการ ก.ล.ต.เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2562 มีมติเห็นชอบแนวทางการกำกับดูแลตลาดตราสารหนี้ โดยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแล และลดจุดเปราะบางในระบบนิเวศ โดยคำนึงถึงความสามารถในการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางระดมทุนสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ โดยในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนเติบโตเกือบ 3 เท่า แต่ยังมีบางประเด็นที่ ก.ล.ต. ต้องเพิ่มการกำกับดูแล ดังนี้

1.ปรับประเภทผู้ลงทุนที่จะเข้าถึงช่องทางการเสนอขายวงจำกัด (PP) ไม่เกิน 10 ราย ซึ่งไม่มีการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ขาดข้อมูลสำคัญเพื่อตัดสินใจและถูกใช้เป็นช่องทางหลักในการขายตราสารเสี่ยงสู่ผู้ลงทุน

2.เพิ่มการติดตามผู้ออก โดยเฉพาะตราสารที่มีความเสี่ยงด้านฐานะทางการเงิน จะกำหนดให้มีการอธิบายความเสี่ยงความสามารถในการชำระหนี้ รวมถึงให้ตัวกลางขายตราสารหนี้ใช้ความระมัดระวังในการทำหน้าที่

3.กำกับดูแลเพื่อยกระดับคุณภาพตัวกลางที่เกี่ยวข้องทั้งระบบเพื่อให้ข้อมูลที่ผู้ลงทุนได้รับถูกต้องเพียงพอเข้าใจได้ เช่น เพิ่มรอบการส่งงบการเงิน มาตรฐานการขายและการดูแลกลุ่มเปราะบาง เป็นต้น

4.เพิ่มคุณภาพข้อมูลประกอบการตัดสินใจ โดยปรับหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญของตราสารหนี้ (factsheet) และผลักดันให้มีเครื่องมือ (tool/application) ที่เข้าใจง่าย สามารถเปรียบเทียบข้อมูลตราสาร

5.เพิ่มกลไกจัดการเมื่อเกิดการผิดนัดชำระหนี้ เช่น กำหนดระยะเวลาชัดเจนที่ผู้ออกตราสารหนี้ และนายทะเบียนหลักทรัพย์ต้องรายงานการผิดนัดชำระหนี้ พิจารณาแนวทางให้ความรู้ผู้ลงทุนในการรักษาสิทธิ ดำเนินคดีเรียกร้องค่าเสียหาย รวมถึงการฟ้องร้องบังคับคดี

ทั้งนี้ ก.ล.ต. จะพิจารณาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นโดยจะจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านและให้ระยะเวลาในการปรับตัว

พลเอกเชาวฤทธิ์ ประภาจิตร์ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีพี ไพร์ม (PPPM) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ทั้งหมด 5 ครั้ง มูลค่ารวม 1,121 ล้านบาท ในจำนวนนี้ มีหุ้นกู้ครั้งที่ 1 มูลค่า 260.50 ล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 27 ก.ค. 2562 และชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย วันที่ 2 ส.ค. 2562

โดยนายทะเบียนหุ้นกู้ ได้ชำระหนี้ให้กับผู้ถือหุ้นกู้ไปบางส่วน เป็นจำนวน 216.8 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทฯ ได้เข้าไปเจรจาชำระหนี้คืนให้กับนายทะเบียนหุ้นกู้โดยเร่งด่วน ส่วนหุ้นกู้ที่เหลืออีก 43.7 ล้านบาท จะชำระดอกเบี้ยและเงินต้นให้กับผู้ถือหุ้นกู้ทุกราย ภายในวันที่ 2 ส.ค. 2562 โดยแหล่งเงินจะมาจากเงินเพิ่มทุนก่อนหน้านี้

ขณะที่หุ้นกู้ครั้งที่ 2 มูลค่า 319.50 ล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอน วันที่ 2 ส.ค. 2562 บริษัทฯ จะชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย ภายใน 5 วัน หรือภายในวันที่ 7 ส.ค. 2562 โดยจะนำเงินที่ได้จากการขายหลักทรัพย์เพื่อค้า เงินทุนหมุนเวียนของกิจการและเงินจากการเพิ่มทุน

ในส่วนหุ้นกู้ที่เหลือรวม 541.60 ล้านบาท ยังไม่ถึงกำหนดการชำระ ประกอบไปด้วยโดยหุ้นกู้ครั้งที่ 3 มูลค่า 134 ล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอน ในวันที่ 3 ก.ย. 2562 หุ้นกู้ครั้งที่ 4 มูลค่า 200 ล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอน วันที่ 8 พ.ค. 2563 และ และหุ้นกู้ครั้งที่ 5 มูลค่า 207.60 ล้านบาทครบกำหนดไถ่ถอน วันที่ 18 มี.ค. 2564

“บริษัทฯ ยืนยันว่าตามแนวทางจัดการหุ้นกู้ดังกล่าว โดยมิได้ผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้แต่อย่างใด และหุ้นกู้ครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 และครั้งที่ 5 มูลค่ารวม 541.60 ล้านบาท ยังไม่ครบกำหนดการไถ่ถอน ดังนั้นไม่จำเป็นต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ ข้อสำคัญบริษัทฯ จะจัดการบริหารเงิน เพื่อให้สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดระยะเวลาไถ่ถอนในลำดับต่อไป”

ผู้บริหาร PPPM กล่าวอีกว่า ปัจจุบันบริษัทฯ มีหนี้เงินกู้ระยะสั้นและระยะยาวรวมเป็นเงินจำนวน 927 ล้านบาท เมื่อบริษัทฯไม่ได้ผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ ทำให้ภาระหนี้ดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ หรือส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจแต่อย่างใด โดยบริษัทฯ ยังคงประกอบธุรกิจอาหารสัตว์ และธุรกิจพลังงานความร้อน Geothermal ในประเทศญี่ปุ่นรวมทั้งหมด 15 ยูนิต ได้ตามปกติ ไม่ได้ดำเนินการขายออกไปแต่อย่างใด

ข่าวล่าสุด

น้ำผลไม้ MALEE ขยับตัวรุกอุตสาหกรรมสุขภาพ-ความงาม