
ติดปีกเครือข่ายแห่งอนาคตด้วย AI
ครือข่ายโทรศัพท์มือถือมีการรับส่งข้อมูลปริมาณมหาศาลต่อวัน ทั้งนี้เนื่องมาจากหลายปัจจัย เช่น จำนวนสมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้น ระบบอินเทอร์เน็ตที่แพร่หลาย วิดีโอที่มีความคมชัดสูง และเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างสิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะ
ปัจจุบัน เครือข่ายโทรศัพท์มือถือมีการรับส่งข้อมูลปริมาณมหาศาลต่อวัน ทั้งนี้เนื่องมาจากหลายปัจจัย เช่น จำนวนสมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้น ระบบอินเทอร์เน็ตที่แพร่หลาย วิดีโอที่มีความคมชัดสูง และเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างสิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะ ที่เรียกว่า AR (Augmented Reality) และ VR (Virtual Reality)
รายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2562 เปิดเผยว่า ปริมาณการรับส่งข้อมูลต่อสมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่องต่อเดือน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียจะเพิ่มขึ้นจาก 3.6 กิกกะไบท์เป็น 17 กิกกะไบท์ คิดเป็นอัตราสูงถึง 29 เปอร์เซ็นต์ต่อปี นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์อีกว่าปริมาณข้อมูลบนโทรศัพท์มือถือโดยรวมทั้งภูมิภาคจะเพิ่มขึ้น 7 เท่าจาก 2.3 เอ็กซะไบท์ ในปีพ.ศ. 2561 เป็น 16 เอ็กซะไบท์ ภายในปีพ.ศ. 2567 ทั้งนี้ ปริมาณการรับส่งข้อมูลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยี 5G และการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุปกรณ์ IoT ต่าง ๆ ดังนั้นระบบเครือข่ายแบบเดิมจำเป็นจะต้องมีการปรับตัวให้ทันสมัยมากขึ้น สามารถตอบโต้และประมวลแบบเรียลไทม์ได้
ข้อมูลมหาศาลที่มาพร้อมกับ 5G
รายงาน Ericsson Mobility Report ชี้ให้เห็นว่า ภายในสิ้นปีพ.ศ. 2567 ปริมาณการรับส่งข้อมูลทั้งหมดจะสูงถึง 136 เอ็กซะไบท์ต่อเดือน และจำนวนการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ต่าง ๆ จะเพิ่มขึ้นถึง 4,100 ล้านอุปกรณ์ ดังนั้น ความหนาแน่นของเครือข่ายต่าง ๆ จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และผู้ให้บริการเครือข่ายจะต้องรองรับเทคโนโลยีทั้ง 4G, 5G และ IoT ไปพร้อม ๆ กัน ดังนั้นผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมควรมีการเตรียมความพร้อมที่จะนำ AI (Artificial Intelligence: สิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะ) และ ML (Machine Learning: สมองกลของ AI) มาพัฒนาศักยภาพในการให้บริการที่มีความซับซ้อนมากขึ้น รวมทั้งแอปพลิเคชันใหม่ ๆ ที่รองรับ 5G ซึ่งต้องอาศัยเครือข่ายสัญญาณที่มีความเร็วแรง เสถียร และมีประสิทธิภาพสูง ปัจจุบัน ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมหลายรายเล็งเห็นประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่นี้ ในแง่ที่เป็นแหล่งรายได้ใหม่ อีกทั้งยังเป็นการลดต้นทุนในการดำเนินงาน ยิ่งบริษัทฯ พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น ผลประโยชน์ที่ได้รับก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน
ก้าวสู่เครือข่ายแห่งโลกอนาคต
รายงานที่อธิบายเกี่ยวกับการใช้งาน AI จากอีริคสันระบุว่า 91 เปอร์เซ็นต์ของผู้ให้บริการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย และโอเชียเนีย มีความต้องการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อมารับมือกับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นและมีความซับซ้อนมากขึ้น หนึ่งในประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของการใช้ Machine Learning (สมองกลของ AI) คือการวิเคราะห์ข้อมูลที่จะทำให้เกิดไอเดียใหม่ ๆ ในการสร้างอัลกอริทึมที่ฉลาดและสามารถใช้ในการทำนายอนาคตได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะทำให้ระบบปฏิบัติการจัดการข้อมูลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ AI จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทำให้ระบบปฏิบัติการมีความฉลาดมากยิ่งขึ้น สามารถเรียนรู้และปรับตัวได้ตามสถานการณ์ และสุดท้าย AI จะช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการเครือข่าย และช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นด้วย ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น การดูวิดีโอ 4K ผ่านเครือข่าย 5G จะเป็นไปอย่างราบรื่นไม่ติดขัด ทั้งนี้เกิดจากการทำงานของ AI ที่สามารถทำนายปัญหาหรืออาการกระตุก พร้อมทั้งแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้าได้นั่นเอง
อีริคสัน ได้พัฒนา AI ในหลากหลายด้าน และเมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทฯ ประกาศให้การสนับสนุน Airtel ผู้ให้บริการรายใหญ่ในอินเดีย เพื่อช่วยรับมือกับความซับซ้อนและยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้กับลูกค้า ทำให้เครือข่ายมีทั้งความเสถียรและความยืดหยุ่น สามารถรองรับความต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานบริหารจัดการเครือข่าย
มองไปข้างหน้า
ด้วยปริมาณข้อมูลที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมากมายมหาศาลและมีความซับซ้อนจาก 5G มนุษย์หรือแรงงานจำเป็นจะต้องมีการเพิ่มพูนทักษะในการดำเนินงาน ข่าวดีคือหลายบริษัทฯ ได้เริ่มมีการนำ AI มาใช้ เพื่อเพิ่มศักยภาพของเครือข่าย และยกระดับความพึงพอใจของผู้บริโภคแล้ว ทั้งนี้ การใช้ AI และ Machine Learning ควรได้รับการสนับสนุนและผลักดัน เพื่อให้ผู้ให้บริการมีความยืดหยุ่นและความปลอดภัยในการดำเนินงาน พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่นวัตกรรมใหม่แห่งอนาคต เพื่อประโยชน์ของอุตสาหกรรมและสังคมต่อไป







