
โรงงานยาสูบหวั่นรายได้วูบ ลุยเบรกกฎใหม่สาธารณสุข
โพสต์ทูเดย์
— คลังกระทุ้ง สธ.ชะลอสัญญาใหม่ดับเบิลยูเอชโอ หวั่นโรงงานยาสูบชาวบ้านเดือดร้อนหนักนางประภัสสร พงศ์พันธุ์พิศาล ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ โรงงานยาสูบ เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้มีหนังสือไปถึงกระทรวงสาธารณสุขว่าการลงนามเข้าร่วมกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบภายใต้องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ในมาตรา 9, 10, 17 และ 18 จะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกใบยาจำนวนมาก ทั้งใน จ.เพชรบูรณ์ มหาสารคาม ขอนแก่นและสุโขทัย
ทั้งนี้ หากประเทศไทยไปลงนามวันที่ 15 พ.ย.นี้ ที่ประเทศอุรุกวัย และออกกฎหมายมาบังคับใช้โดยไม่มีมาตรการควบคุมการนำเข้าบุหรี่จากต่างประเทศ จะทำให้โรงงานยาสูบซึ่งผลิตบุหรี่รสชาติอเมริกันเป็นหลัก ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ต้องสูญเสียตลาดไปเกือบหมด ขณะที่เกษตรกรจำนวนมากก็ต้องเลิกปลูกใบยาพันธุ์เบอร์เลย์และเตอร์กิช
สำหรับมาตราดังกล่าวจะห้ามไม่ให้โรงงานยาสูบเติมสารปรุงแต่งกลิ่นรสในบุหรี่ ซึ่งปกติแล้วบุหรี่รสชาติอเมริกันที่ผู้บริโภคชาวไทยนิยมสูบ จะใช้ส่วนผสมหลักคือใบยาเบอร์เลย์และเตอร์กิชซึ่งมีน้ำตาลในตัวเองน้อยมาก เมื่อผ่านกระบวนการผลิตจะสูญเสียน้ำตาล ทำให้ต้องมีการเติมสารปรุงแต่งเข้าไปไม่ให้บาดคอเวลาสูบ
ดังนั้น เงื่อนไขของอนุสัญญายังให้ผู้ผลิตยาสูบในประเทศสมาชิกต้องแจ้งสูตรการผลิตแบบเปิดเผย ห้ามปกปิดเป็นความลับอีกต่อไป
นางประภัสสร กล่าวว่า ข้อเรียกร้องของกระทรวงการคลัง คือควรมีการระบุว่าสารปรุงแต่งที่ห้ามใส่เป็นชนิดใด ไม่ควรเขียนอย่างกว้างๆ
อีกทั้งถ้าจะมีการออกกฎหมายภายในมารองรับอนุสัญญาดังกล่าวต้องมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ทั้งกระทรวงการคลังและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นอกจากนั้น จะต้องให้เวลาเกษตรกรในการปรับตัว เนื่องจากปัจจุบันมีเกษตรกรที่ปลูกและขายใบยาให้กับโรงงานยาสูบจำนวนมาก ซึ่งทำรายได้ให้เกษตรกรสามารถลืมตาอ้าปากได้มาหลายสิบปี







