posttoday
ขรรค์ชี้มาตรการLTVทำคนแห่กู้นอก

ขรรค์ชี้มาตรการLTVทำคนแห่กู้นอก

11 พฤศจิกายน 2553

ขรรค์ ชี้มาตรการ  LTV ทำให้คนแห่กู้นอกระบบมาโป๊ะดาวน์ แนะรัฐเร่งตั้ง มอร์เกจ อินชัวรันซ์ รับมือภาวะฟองสบู่

ขรรค์ ชี้มาตรการ  LTV ทำให้คนแห่กู้นอกระบบมาโป๊ะดาวน์ แนะรัฐเร่งตั้ง มอร์เกจ อินชัวรันซ์ รับมือภาวะฟองสบู่

นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมปรับสัดส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักทรัพย์ค้ำประกัน(Loan to Value )หรือ  LTV ในการกู้ยืมสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ใหต่ำลงเพื่อป้องกันปัญหาการเก็งกำไรและเกิดปัญหาฟองสบู่ว่า  จะส่งผลกระทบต่อลูกค้าที่ต้องการขอสินเชื่อทำให้ต้องเตรียมหาเงินสำหรับการผ่อนดาวน์เพิ่มขึ้นเช่นต้องหาเงินมาดาวน์จาก 20% เป็น  30 % เพื่อป้องกันความเสี่ยง

ทั้งนี้เกรงว่าผลที่จะเกิดขึ้นจากมาตรการ  LTV จะทำให้ธนาคารปรับตัวเพื่อช่วยลูกค้า โดยการปล่อยสินเชื่อเพื่อตกแต่งที่อยู่อาศัยเป็นค่าเงินดาวน์ให้ลูกค้า ควบคู่ไปกับการปล่อยสินเชื่อปกติ เพื่อช่วยลูกค้าให้ยังคงได้สินเชื่อเท่าเดิม ขณะเดียวกันอาจมีลูกหนี้บางรายหันไปกู้เงินจากนอกระบบเข้ามาสมทบการจ่ายเงินดาวน์เพิ่มขึ้น  

นายขรรค์ กล่าวอีกว่า ก่อนที่จะมีการออกมาตรการ  LTV ภาครัฐควรสนับสนุนการจัดตั้งโครงการประกันสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือมอร์เกจ อินชัวรันซ์  ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนที่ไม่มีเงินออม สามารถจะมีบ้านเป็นของตัวเองได้ง่ายยิ่งขึ้นเพื่อมารองรับเสียก่อน 

"มาตรการ LTV กระทบลูกค้าทั้งหมดทำให้กู้ได้น้อยลง ซึ่งลูกหนี้สวัสดิการที่ถูกหักบัญชี มีบริษัทหรือหน่วยงานเป็นคนรวบรวมค่างวดส่งเช็คให้ธอสอยู่แล้วก็กระทบไปด้วย ซึ่งปัจจุบันลูกหนี้สวัสดิการคิดเป็น 70% ที่เหลืออีก 30% เป็นลูกหนี้ที่เดินเข้ามาจ่ายค่างวดเอง ปัญหาคือเมื่อเพิ่มเงินดาวน์ คนอาจจะไปกู้หนี้นอกระบบมาโป๊ะดาวน์ หรือแบงก์ต้องหาทางช่วยลูกหนี้ด้วยการปล่อยกู้ตกแต่งต่อเติมบ้านเพิ่ม"นายขรรค์กล่าว

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าขณะนี้ในภาคอสังหาริมทรัพย์ยังไม่เกิดภาวะฟองสบู่ เห็นได้ว่าราคาบ้านไม่ได้ปรับสูงขึ้นและยังไม่พบการเก็งกำไรมากจนผิดปกติ ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ก็มีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ มีระบบการตรวจสอบลูกค้าได้ในระบบเครดิตบูโรอยู่แล้ว

สำหรับผลการดำเนินงานของ ธอส. ไตรมาส 3 ปี 2553 ณ สิ้นดือน ก.ย.53  ธนาคารมีกำไรสุทธิ 4,767 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 44.19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 3,306 ล้านบาท คาดว่าทั้งปีทีกำไรไม่น้อยกว่า 6,000 ล้านบาท  โดยมียอดปล่อยสินเชื่อกว่า 7.12 หมื่นล้านบาท คิดเป็นจำนวนกว่า  1.13,354  แสนบัญชี  ซึ่งคาดว่าในช่วง 2 เดือนที่เหลือก่อนสิ้นปีนี้จะสามารถปล่อยสินเชื่อได้ 9 หมื่นล้านบาทตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ด้านยอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ระดับ  6.58 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.23% มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL)ไม่รวมส่วนที่ขาด(หนี้ที่ยึดทรัพย์แล้วขายขาดทุน) จำนวน 5.41 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 8.52% สินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPA) 5,791 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน