
JCK จับมือกรมธนารักษ์พัฒนาที่ 1,335 ไร่
เนรมิตเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.นครพนม พร้อมลงมือพัฒนาโครงการทันที
เนรมิตเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.นครพนม พร้อมลงมือพัฒนาโครงการทันที
นายอภิชัย เตชะอุบล ประธานกรรมการ บริษัท เจซีเค อินเตอร์เนชั่นแนล (JCK) เปิดเผยว่า วันนี้ (5 ก.ค.62 )คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้เข้าทำสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ “พื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนครพนม”กับกรมธนารักษ์ เพื่อพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาประเทศ
ทั้งนี้ เพื่อให้มีการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนครพนม ซึ่งเป็นเขตชายแดนใกล้กับด่านพรมแดนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยบริษัทฯได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษให้ได้รับสิทธิการพัฒนาพื้นที่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนครพนม เนื้อที่ประมาณ 1,335 ไร่เศษ
โดยนำยุทธศาสตร์จังหวัดนครพนมมากำหนดบทบาทที่เหมาะสมกับการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนครพนมให้สอดคล้องกับสภาพเมืองและวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อให้มีการเจริญเติบโตทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนตามแนวคิดไทยแลนด์ 4.0 โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่
1. ศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์
2. เมืองผลิตอาหารปลอดภัย อุตสาหกรรมแปรรูป และศูนย์ธุรกิจค้าส่ง
3. เมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ขณะที่แบ่งการพัฒนาออกเป็น 6 ด้าน ประกอบด้วย ศูนย์กลางการเชื่อมโยงสู่ภูมิภาค ส่งเสริมสินค้าทางการเกษตร ส่งเสริมสินค้าท้องถิ่น (โอทอป) การเจรจาทางธุรกิจ โดยการจัดตั้งศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ รวมถึงสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ
โดยมีกิจกรรมที่สนับสนุน เช่น โรงแรม/รีสอร์ท ศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรม/หัตถกรรม สนามกีฬา เป็นต้น และการยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพของคนในชุมชนโดยจัดตั้งโรงพยาบาล ศูนย์ดูแลสุขภาพ และศูนย์แพทย์แผนไทย
สำหรับการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนครพนมได้แบ่งกลุ่มพัฒนาออกเป็น 4 กลุ่มหลักๆได้แก่ กลุ่มที่ 1 พื้นที่สำหรับเมืองวัฒนธรรม กลุ่มที่ 2 พื้นที่สำหรับเป็นศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ (Convention Center) กลุ่มที่ 3 พื้นที่สำหรับใช้เป็นศูนย์รวมกีฬาต่างๆ และสันทนาการ (Sport Complex) และกลุ่มที่ 4 พื้นที่สำหรับศูนย์กระจายสินค้าและเขตอุตสาหกรรมทั่วไป
อีกทั้งภายในโครงการยังมีเส้นทางรถไฟรางคู่สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ตัดผ่านพื้นที่ในโครงการอันจะสนับสนุนเส้นทางขนส่ง และโลจิสติกส์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ภายในโครงการยังจัดพื้นที่รองรับสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และนักลงทุนในพื้นที่ที่จะประสงค์จะเข้าร่วมลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าว
นายอภิชัย กล่าวว่า บริษัทฯมีแผนการเร่งดำเนินการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษโดยการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานภายในโครงการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ ซึ่งจะสามารถสร้างงาน สร้างรายได้เพิ่มให้แก่ประชาชนในจังหวัดนครพนมและพื้นที่ใกล้เคียง ให้มากขึ้น ซึ่งโครงการดังกล่าวจะสนับสนุนการจัดตั้งพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนจังหวัดนครพนมให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายของรัฐบาลโดยเร็ว
ทั้งนี้ เมื่อได้ลงนามในสัญญาเช่าที่ดินกับกรมธนารักษ์แล้ว บริษัทจะเร่งทำการพัฒนาโครงการทันที คาดว่าโครงการวันนครพนมนี้จะสามารถสร้างรายได้ให้แก่บริษัทตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป
นอกจากโครงการวันนครพนมแล้ว คณะกรรมการบริษัทยังได้อนุมัติให้ขายหุ้น Bognor Regis Warehouse Limited บริษัทย่อยของ TISCOM ที่ JCK ถือหุ้น 100 % ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำกิจการคลังสินค้าให้เช่าที่ประเทศอังกฤษ ในราคา 17,750,000 ปอนด์ โดยจะทำรายการซื้อขายกันภายในเดือนก.ค.62 นี้ ก็จะสร้างรายได้ให้แก่ JCK ได้ภายในไตรมาสนี้อีกทางหนึ่ง







