
ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนปรับขึ้นครั้งแรกรอบ 4 เดือน ต่างชาติ "ทรงตัว"เท่าเดิม
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ประจำเดือน ก.ค.62 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (ก.ย.62) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 25.50 % มาอยู่ที่ 109.44 ซึ่งนับเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ทรงตัว
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ประจำเดือน ก.ค.62 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (ก.ย.62) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 25.50 % มาอยู่ที่ 109.44 ซึ่งนับเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ทรงตัว
ทั้งนี้ ผลสำรวจพบว่าความคาดหวังนโยบายภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย และนโยบายทางการเงินของสหรัฐ เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ขณะที่ติดตามคามคืบหน้าการเจรจาสงครามทางการค้าและเสถียรภาพการเมืองในประเทศ เป็นปัจจัยฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนเช่นกัน
ผลสำรวจยังพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศทรงตัวอยู่ในโซน "ทรงตัว" ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนกลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นมาอยู่ในโซน "ร้อนแรงอย่างมาก" ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนรายบุคคลเพิ่มขึ้นมาอยู่ในโซน"ทรงตัว" และดัชนีความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ อยู่ในโซน "ทรงตัว" เช่นเดิม
หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดบริการรับเหมาก่อสร้าง หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดสื่อและสิ่งพิมพ์ โดยปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ นโยบายภาครัฐ และปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ
"ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนแรกในรอบ 4 เดือน อยู่ในเกณฑ์ทรงตัวเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน โดยกลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากจากเกณฑ์ซบเซามาอยู่ที่เกณฑ์ร้อนแรงอย่างมาก กลุ่มบัญชีนักลงทุนรายบุคคลเพิ่มขึ้นจากเกณฑ์ซบเซามาอยู่ที่เกณฑ์ทรงตัว กลุ่มสถาบันในประเทศเพิ่มขึ้นจากเกณฑ์ทรงตัวมาอยู่ที่เกณฑ์ร้อนแรง ขณะที่กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ที่เกณฑ์ทรงตัวเช่นเดิม "นายไพบูลย์
กล่าว
นายไพบลูย์ กล่าวอีกว่า ทิศทางการลงทุน ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุดคือความคาดหวังนโยบายภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ซึ่งจะเริ่มประกาศนโยบายในช่วงเดือนกรกฎาคม รองลงมาคือ นโยบายทางการเงินของสหรัฐ แม้ว่ามีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายแต่ส่งสัญญาณการลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีหลัง 62 โดยการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศหนุนความเชื่อมั่นในลำดับรองลงมา
ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด รองลงมาคือสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศและเสถียรภาพของรัฐบาลยังเป็นปัจจัยที่นักลงทุนจับตา
สำหรับปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกที่ต้องติดตามได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความคืบหน้าการเจรจาทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ภายหลังการประชุม G20 ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB)ภายหลังส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมทั้งลดดอกเบี้ยและทำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี ) เพิ่ม
พร้อมกันนี้ ติดตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนในช่วงครึ่งหลังของปีจากความตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันและทองคำที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางในช่องแคบฮอร์มุช ซึ่งยังเป็นปัจจัยที่นักลงทุนจับตามอง







