
สถิติร้องเรียนปั่นหุ้นพุ่งพรวด
กลต.เปิดตัวเลขงวดไตรมาส3 ส่งDSIฟันอดีตมาร์เก็ตติงUBS
โพสต์ทูเดย์
— ก.ล.ต. เปิดสถิติตลาดทุนงวดไตรมาส 3 ร้องเรียนปั่นหุ้นพุ่ง ตัวเลขระดมทุนบวม 201%รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า งวดไตรมาส 3 ปี 2553 ตัวเลขสถิติที่สำคัญในตลาดทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นในทุกรายการตามภาวะตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวดีขึ้น เช่น ในกรณีเรื่องร้องเรียนรวมทั้งสิ้น 35 รายการ เพิ่มจากงวดเดียวกันอยู่ที่ 22 รายการ
ทั้งนี้ พบว่าการร้องเรียนกรณีการกระทำอันไม่เป็นธรรม เช่น ปั่นหุ้น แพร่ข่าวใช้ข้อมูลภายในในการซื้อขายหลักทรัพย์ มีทั้งสิ้น 15 รายการ เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีเพียง 9 รายการ และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนมี 6 ราย จาก 3 ราย
สถิติการระดมทุนผ่านตลาดทุน มีวงเงินรวม 2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 201.5% จากงวดเดียวกันเดียวปีก่อนมีเพียง 6,661 ล้านบาท มากสุดคือการเสนอขายหลักทรัพย์ใหม่ให้ประชาชนทั่วไป (IPO) 1.5 หมื่นล้านบาท จาก 59 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนการขายไอพีโอมี 260 ล้านบาท ลดจาก 4,348 ล้านบาท
ล่าสุด ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษนายนำกฤติ จีรพุทธิรักษ์ อดีตเจ้าหน้าที่การตลาดลูกที่ดูแลลูกค้าสถาบัน บริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (ประเทศไทย) กรณีใช้ข้อมูลของลูกค้าเพื่อประโยชน์ของตนและพวก คือนายปวริศ ภัทร์วงศธร น.ส.มีนา กำแพงแก้ว นายภัทร ธำรงวิทย์ น.ส.ชลาลัย สาลิวรรธนะ น.ส.ดวงเดือน ลิ้มสุธาโภชน์ และ น.ส.รสธร กิตติคุณธนสาร ฐานให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการกระทำผิด ซึ่งการกระทำผิดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ม.ค.13 ต.ค. 2552
จากการตรวจสอบพบว่า มีการนัดแนะกับพวกของตนให้เข้ามาจับคู่ซื้อขายกับลูกค้าของ บล.ยูบีเอส ในลักษณะเอาเปรียบ ทำให้ลูกค้าเสียหาย ซึ่งการกระทำในครั้งนี้มี600 รายการ ผ่านรายการซื้อขายที่มีมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท และทำให้นายนำกฤติกับพวกได้กำไรเฉพาะจากส่วนต่างของราคาซื้อขายหลักทรัพย์ราว 37 ล้านบาท และได้กล่าวโทษต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แล้ว
สำหรับ บล.ยูบีเอส ก.ล.ต.สั่งให้บริษัททบทวนกลไกการกำกับดูแลภายในให้มีประสิทธิภาพและรัดกุมยิ่งขึ้น หลังจากระบบตรวจสอบไม่พบการทำผิด และในส่วนผู้เสียหายเรียกร้องให้ บล.ยูบีเอส รับผิดชอบชดเชยความเสียหายได้ ซึ่ง ก.ล.ต.ได้รับแจ้งจาก บล.ยูบีเอส ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวให้แก่ลูกค้า
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ธุรกิจหลักทรัพย์เป็นธุรกิจที่ดำรงอยู่ได้บนความไว้วางใจของผู้ใช้บริการ การที่บุคลากรในธุรกิจซึ่งได้รับความไว้วางใจจากสาธารณชนกระทำทุจริตต่อหน้าที่ แสวงหาประโยชน์ให้กับตนเองหรือพวกพ้อง จึงเป็นพฤติกรรมที่ยอมรับไม่ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าวขึ้นอีก ก.ล.ต.ได้มีหนังสือเวียนกำชับบริษัทหลักทรัพย์ทุกแห่งให้เพิ่มความระมัดระวัง และต้องมีระบบในการกำกับดูแลการปฏิบัติ งานรัดกุมเข้มงวดมากยิ่งขึ้น







