
ลาวสนอสังหาฯไทย
เนื้อหอมไม่น้อย สำหรับอสังหาริมทรัพย์ไทย เพราะไม่ใช่แค่คนไทยเท่านั้นที่สนใจจะเป็นเจ้าของ แต่นักลงทุนต่างชาติจากบ้านพี่เมืองน้องของเราอย่างประเทศลาวก็สนใจจะเข้ามาลงทุนเช่นกัน
ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส รายงานผลสำรวจด้วยแบบสอบถามอย่างสั้นกับนักธุรกิจชั้นนำของลาวจำนวนเกือบ 50 ราย จากทั้งหมด 150 ราย ที่พบว่า 87% ของนักธุรกิจลาวต่างมีความเห็นว่า เศรษฐกิจลาวดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีก่อน และมีนักธุรกิจลาวถึง 24% หรือ 1 ใน 4 สนใจอย่างยิ่งในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย
สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่สนใจซื้อเป็นพิเศษก็คือ อาคารชุดพักอาศัย โดยมีสัดส่วนถึง 43% ทั้งนี้คงเป็นเพราะกฎหมายไทยเปิดโอกาสให้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทดังกล่าวได้ รองลงมาคือบ้านแนวราบและที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย โดยพื้นที่ที่สนใจซื้อมากสุดคือ พัทยา รองลงมาจึงเป็นกรุงเทพมหานคร31% ต่อด้วยเมืองชายแดน เช่น อุดรธานีและหนองคาย 23% และนอกนั้นเป็นภูเก็ตหรือหัวหินอีก 9%
อาจกล่าวได้ว่าสินค้าอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารชุดและบ้านแนวราบตากอากาศในพื้นที่ตากอากาศ ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้อาคารชุดพักอาศัยในกรุงเทพมหานครก็ได้รับความสนใจไม่น้อยเช่นกัน ที่สำคัญเชื่อว่านักธุรกิจเหล่านี้มีความสามารถในการซื้อค่อนข้างแน่นอนและสูง
สำหรับการไปลงทุนในลาวนั้น นักธุรกิจลาวเห็นว่าควรลงทุนในที่ดินเพื่อการพัฒนาต่าง ๆ ถึง 47% รองลงมาเป็นที่อยู่อาศัย ห้องชุด ศูนย์การค้าและนิคมอุตสาหกรรมในจำนวนที่พอ ๆ กัน อย่างไรก็ตามในลาวยังคงไม่มีอาคารชุดพักอาศัย
ทำเลในการลงทุนสำคัญที่นักธุรกิจลาวแนะนำได้แก่ พื้นที่ในกรุงเวียงจันทน์บริเวณริมแม่น้ำโขง ใจกลางกรุงเวียงจันทน์ บริเวณใกล้พระธาตุหลวง และบริเวณเส้นทางถนน450 ปี ไชยธานี ชานเมืองเวียงจันทน์ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ท่างอน บ้านฮอม สายลม สีหอม ซึ่งอยู่ในเขตกรุงเวียงจันทน์ ส่วนในพื้นที่อื่นได้แก่ วังเวียง (150 กิโลเมตรจากเวียงจันทน์) สามเหลี่ยมน้ำงึมกับน้ำโขง นอกกรุงเวียงจันทน์ และหลวงพระบาง
สิ่งที่รัฐบาลลาวควรดำเนินการในด้านนโยบายต่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของคนต่างชาตินั้น นักธุรกิจลาวเห็นว่า รัฐบาลควรมีนโยบายที่ชัดเจนในการลงทุนของคนต่างชาติ โดยเปิดโอกาสต่างชาติมาลงทุนมากขึ้น ประเด็นสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การลดภาษีค่าธรรมเนียมโอนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันเก็บสูงถึงประมาณ 1540% ซึ่งรัฐบาลลาวมุ่งสกัดการซื้อขายที่ดิน อันดับสามที่ได้รับการเสนอแนะก็คือเรื่องการพัฒนาสาธารณูปโภคของเมือง ซึ่งยังขาดแคลนโดยเฉพาะถนนสายต่าง ๆ ยังอยู่ในสภาพที่ควรปรับปรุง นอกจากนี้ยังมีประเด็นด้านการสร้างระบบสินเชื่อหรือตลาดการเงินเคหะการ ซึ่งยังมีขนาดเล็กมากในลาว
โดยสรุปแล้ว คหบดีลาวหรือประเทศเพื่อนบ้านเป็นกลุ่มเป้าหมายในการซื้อทรัพย์สินในประเทศไทยทั้งในกรุงเทพมหานคร เมืองท่องเที่ยวและเมืองชายแดน อย่างไรก็ตามประเทศไทยจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองให้ได้เสียก่อน นอกจากนี้ในประเทศลาวและประเทศอินโดจีนอื่นก็ยังมีโอกาสในการลงทุนสำหรับนักธุรกิจไทยโดยเฉพาะนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เช่นกัน







