
ธีระหวังส่งผลไม้ไทยเจาะตลาดจีนเพิ่ม
ธีระ หวังส่งผลไม้ไทยเจาะตลาดจีนเพิ่ม หลังมอบผลไม้ช่วยรับรองผู้มาร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 16
ธีระ หวังส่งผลไม้ไทยเจาะตลาดจีนเพิ่ม หลังมอบผลไม้ช่วยรับรองผู้มาร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 16
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ แถลงในการเป็นประธานส่งมอบผลไม้ไทยคุณภาพดีเพื่อสนับสนุนกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 16 ณ นครกวางโจว ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า ประเทศไทยได้รับเกียรติในการจัดส่งผลไม้ไทยสำหรับเลี้ยงรับรองแขกวีไอพีจาก 45 ร่วม 18,000 คน และสื่อมวลชนกว่า 30,000 คน ซึ่งทั้งโครงการนี้ทั้งหมดเกิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและจีน ซึ่งทางการจีนได้ใหเกียรติกับรัฐบาลไทยในการเป็นประเทศผู้จัดหาผลไม้สำหรับโครงการนี้เพียงประเทศเดียวเท่านั้น
โดยรัฐบาลไทยได้สนับสนุนผลไม้ไทยฟรีสำหรับเลี้ยงแขกวีไอพีจำนวน 5 ตัน และข้าวหอมมะลิสำหรับเลี้ยงแขกวีไอพีอีก 3 ตัน สำหรับความร่วมมือครั้งนี้นอกจากจะเป็นการประชาสัมพันธ์ผลไม้ของไทยแล้วยังเป็นการสร้างความน่าเชื่อให้กับคุณภาพของผลไม้ไทยด้วย รวมทั้งได้เป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ
"หลังจากกีฬาครั้งนี้จบแล้ว ผมคาดว่าสิ่งที่ตามมาคือความไว้วางใจในเรื่องของคุณภาพผลไม้ไทย จากประชาชนจีนทั่วประเทศที่มีกว่าพันล้านคน และคาดว่าทำให้โอกาสในการส่งออกผลไม้ไทยมายังจีนดีขึ้นจากที่ปัจจบันมูลค่าตลาดผลไม้ของไทยในจีนมียอดการส่งออกมากขึ้น โดยคาดว่ายอดการส่งออกปี 54 น่าจะมีการขยายเพิ่มตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 20-30% จากปัจจุบันไทยมียอดการส่งออกผลไม้มาจีนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท จากยอดการส่งออกทั่วโลก 3 หมื่นล้านบาท โดยในนครกวางโจวประมาณ 7.5 พันล้านบาท สำหรับผลไม้ไทยนอกจากรสชาดและสรรพคุณทางยาแล้วสิ่งสำคํญที่จะใช้เป็นจุดข่ยในตลาดจืนความเป็นสิริมงคลและความเชื่อด้วย เช่น ลำไยที่คนจีนถือว่าเป็นตามังกร และกล้วยไข่ ที่มีสีเหลืองสวยเหมือนเสื้อของจักรพรรดิ"นายธีระกล่าว
รมว.เกษตรฯ กล่าวอีกว่า สำหรับอุปสรรคในการส่งออกผลไม้ไทยมายังจีนที่สำคัญคือระยะทางการขนส่งเนื่องจากผลไม้เน่าเสียง่าย เพราะฉะนั้นเมื่อเส้นทาง R9 (เชื่อมนครพนม-ลาว-เวียดนาม-จีน) และ R3 (เชื่อมเชียงราย-ลาว-ยูนาน) เสร็จสมบูรณ์ จะช่วยล่นระยะเวลาการขนส่งผลไม้ผ่านทางเรือ วัน เหลือเพียง 2-3 วัน โดยทางรถยนต์
นอกจากนั้น ผู้ส่งออกยังเรียกร้องให้ทางการไทยช่วยเจรจาในเรื่องอัตราภาษีที่ทางการจีน เรียกเก็บในอัตรา 13% จากทุกประเทศ ส่งผลให้ต้นทุนการส่งออกของผู้ผลิตไทยสูงขึ้น ดังนั้น ทางกระทรวงฯ จะประสานกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ให้ไปเจรจากับจีนต่อไป อย่างไรก็ตาม จากความสำเร็จครั้งนี้ จะทำให้เห็นว่า ไทยต้องปรับการส่งออกโดยเน้นผลไม้ที่มีคุณภาพมากขึ้น ตอบสนองความต้องของตลาดมากขึ้น
ด้านนายพิษณุ สุวรรณะชฎะ กงสุลใหญ่ประจำนครกวางโจว แห่งราชอาณาจักรไทย กล่าวว่า ตลาดผลไม้ที่ไทยส่งออกมาจีน ถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่ไทยยังมีโอกาสทางการตลาดอีกมาก เนื่องจากมีประชากรจำนวนมากถึง 100 ล้านคน และเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อค่อนข้างมาก เห็นได้จากรายได้ของประชาชนในกวางโจวต่อหัวต่อปีไม่ต่ำกว่า 15,000 หยวน ดังนั้น ผู้ผลิตต้องปรับทัศนคติในการมองประเทศจีน อย่ามองว่าจะส่งสินค้าอะไรมาจีนก็ได้ ซึ่งจากความร่วมมือครั้งนี้ เชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนจะช่วยให้การติดต่อการค้าการลงทุนในอนาคตเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น
"ปัจจุบันนครกวางโจว ถือเป็นเมืองที่น่าลงทุน โดยมีนักลงทุนไทยมาลงทุนในกวางโจวจำนวนมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโครเคมี เช่น ปตท. ปูนซีเมนต์ ห้างสรรพสินค้า เช่น ซีพี เป็นต้น"นายพิษณุ กล่าว







