
SMTกำไรสุทธิเติบโต สวนทางบาทแข็ง
สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (SMT) ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ระดับไฮเอ็นด์ของไทย รายงานผลประกอบการสวยหรู กำไรสุทธิงวด 9 เดือน เติบโต 98% เป็น 374 ล้านบาท บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาล 20 สตางค์ต่อหุ้น
สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (SMT) ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ระดับไฮเอ็นด์ของไทย รายงานผลประกอบการสวยหรู กำไรสุทธิงวด 9 เดือน เติบโต 98% เป็น 374 ล้านบาท บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาล 20 สตางค์ต่อหุ้น
นายพลศักดิ์ เลิศพุฒิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง SMT หรือ บมจ.สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ครบวงจรรายเดียวของประเทศที่มีอัตราเติบโตสูงสุดในรอบ 4 ปีนี้ เปิดเผยว่า SMT มีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2553 เป็นเงิน 143 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94% จาก ไตรมาส 3 ปี 2552 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 74 ล้านบาท (และเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 10% จากกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปีนี้ ซึ่งมีกำไรสุทธิ 129 ล้านบาท) ในขณะที่รายได้รวม ในไตรมาสนี้เติบโตขึ้น 10% เป็น 3,176 ล้านบาท จากรายได้รวม 2,178 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปี 2552 ซึ่งแม้นรายได้รวมจะลดลงจากรายได้รวมของไตรมาส 2 ปีนี้ที่ 3,590 ล้านบาทเนื่องจากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ SMT สามารถเพิ่มกำไรสุทธิได้อย่างต่อเนื่อง
“สำหรับงวด 9 เดือนแรกปีนี้ บริษัทฯมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 98% เป็น 374 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วง 9 เดือนแรกของปีที่แล้วที่มีกำไรสุทธิ 189 ล้านบาท และมากกว่า ผลกำไรสุทธิทั้งปีของปีที่แล้วที่ 267 ล้านบาท หรือมากกว่า 40% ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (Net Margin) ในงวด 9 เดือนแรกนี้ของบริษัท เพิ่มขึ้นประมาณ 74% จากช่วง 9 เดือนแรกของปีที่แล้ว เนื่องจาก SMT ประสบความสำเร็จจากจากใช้กลยุทธ์ 3 Highs คือ 1. High-Tech 2.High-Growth 3.High Profits ที่มุ่งเน้นสินค้าระดับไฮเท็ค ที่มีกำไรสูงและเติบโตเร็ว โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม Blue Ocean (สินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง และมีคู่แข่งในตลาดโลกน้อย) ที่บริษัทร่วมพัฒนากับลูกค้า โดยเฉพาะระบบทัชสกรีนสำหรับโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ยอดนิยมของโลกมียอดผลิตเพิ่มขึ้น กว่า 80% และเซ็นเซอร์อัจฉริยะวัดระดับลมยางรถยนต์’ (TPMS) เพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว เนื่องจากเป็นช่วงฤดูขายของสหรัฐอเมริกา ซึ่งผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯจะผลิตขึ้นสำหรับแบรนด์ผู้นำอันดับ 1 ของโลก และแบรนด์ระดับโลกอื่นๆอีกหลายแบรนด์ที่มียอดขายเติบโตอย่างสูงและต่อเนื่องทั่วโลกปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน SMT ยังเป็นบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับผลประโยชน์จากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น เนื่องจากสามารถลดต้นทุนวัสดุนำเข้าจากต่างประเทศจึงช่วยเพิ่มอัตรากำไรของบริษัทฯ สวนทางกับบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ในตลาด
“บริษัทฯมีอัตรากำไรต่อหุ้น (EPS) ในช่วง 9 เดือนแรกถึง 1.014 บาท มากกว่าอัตรากำไรต่อหุ้น (EPS) ทั้งปีของปี 2552 ที่ 0.73 บาทต่อหุ้น ถึง 39% มีอัตราผลตอบแทนในส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ในไตรมาส 3 ที่คาดว่าสูงที่สุดในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ คือ 29.54% (เพิ่มขึ้นจาก 15.72%ในปี 2552) ซึ่งแสดงถึงการเติบโตอย่างสูงและต่อเนื่องของบริษัท คณะกรรมการบริหารของบริษัทจึงได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 20 สตางค์ต่อหุ้น โดยจะจ่ายในวันที่ 8 ธันวาคมนี้ และจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 22-24 พฤศจิกายนนี้ สำหรับปัจจุบันบริษัทฯ มีโครงสร้างการเงินที่แข็งแกร่งกว่าเดิม และมีอัตราส่วนหนี้สินที่เสียดอกเบี้ยต่อทุน (Net Gearing Ratio) ลดลงเหลือเพียง 0. 65 เท่าและมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E RATIO) ลดลงเหลือเพียง 1.2 เท่า จาก 1.43 เท่าในไตรมาส 2 และมีวงเงินกู้ระยะสั้นที่ยังไม่ได้เรียกใช้กว่า 1,500 ล้านบาท







