posttoday
EPGกางแผนธุรกิจมุ่งกลยุทธ์ New S-Curve ต่อเนื่อง

EPGกางแผนธุรกิจมุ่งกลยุทธ์ New S-Curve ต่อเนื่อง

05 มิถุนายน 2562

นายภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์น โพลีเมอร์ กรุ๊ป ( EPG)ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลก เปิดเผยแผนการดำเนินงานในปี 62/63 (เม.ย.62-มี.ค.63) ว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 10 % โดยนำกลยุทธ์หลักคือ “The New S-Curve” มาใช้อย่างต่อเนื่อง

นายภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์น โพลีเมอร์ กรุ๊ป ( EPG)ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลก เปิดเผยแผนการดำเนินงานในปี 62/63 (เม.ย.62-มี.ค.63) ว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 10 % โดยนำกลยุทธ์หลักคือ “The New S-Curve” มาใช้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับกลยุทธ์ด้านการดำเนินงาน จะพัฒนาสินค้านวัตกรรมและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตสินค้าเพื่อลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และ ผลิตสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของตลาดได้ทันที การบริหารจัดการต้นทุนโดยจัดหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพมีราคาเหมาะสมจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลก และ สร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์สินค้าพร้อมกับส่งเสริมงานด้านการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึง การสร้าง“คนนวัตกรรม”พร้อมส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อ
เนื่อง

ด้านกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตนั้น ยังคงเน้นการสร้างเครือข่ายการค้าของกลุ่มบริษัทในระดับโลก ได้แก่ การส่งออกสินค้า การจำหน่ายใบอนุญาต (licensing)การสร้างแฟรนไชส์ การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ การร่วมทุน การสร้างฐานการผลิตในต่างประเทศ และ การเข้าซื้อกิจการ เป็นต้น

สำหรับทิศทางการดำเนินงานของ 3 ธุรกิจหลัก มีดังนี้ ธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ AEROFLEX การลงทุนขยายโรงงานผลิตในประเทศไทย คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ประมาณไตรมาสที่ 3 ปี 62/63 โดยจะทยอยเพิ่มกำลังการผลิตในเฟสแรก 2,000 ตัน/ปี

ธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ภายใต้แบรนด์ AEROKLAS ยังคงทำงานร่วมกับค่ายรถยนต์อย่างใกล้ชิดโดยมุ่งเน้นพัฒนาสินค้านวัตกรรมจากการต่อยอดสินค้าเดิมและพัฒนาสินค้าใหม่

ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกภายใต้แบรนด์ EPP จากที่ได้ดำเนินงานปรับกลยุทธ์ โดยใช้หลักการ “Capacities Driven” บริหารจัดการกระบวนการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้น ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของ EPP เริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยในปีนี้จะทำการตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการสินค้ามาตรฐานสูง ซึ่ง EPP ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล ได้แก่ GMP, HACCP และ The British Retail Consortium (BRC) มาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารของ สหราชอาณาจักร เป็นต้น

รวมถึง กลุ่มสินค้าบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทกล่องใส่อาหารและถ้วยน้ำดื่ม อีกทั้งจะขยายตลาดไปสู่กลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่ยังมีความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายภวัฒน์ กล่าวว่า สงครามการค้าระหว่างจีน และสหรัฐ ฯ ไม่ส่งผลกระทบทางตรงกับบริษัทในระยะสั้น ธุรกิจของบริษัทในสหรัฐฯ คาดว่าจะยังเติบโตได้ดีตามแผนธุรกิจ ส่วนธุรกิจในจีน โดยเฉพาะบริษัทร่วมทุนอาจจะเผชิญปัญหาสภาวะเศรษฐกิจในประเทศและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจของบริษัทร่วมทุนมีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในจีน จึงมีศักยภาพในการแข่งขันได้เป็นอย่างดี

 

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล