posttoday
เดลต้าดันสินค้ามาร์จินสูงสู้บาทแข็ง

เดลต้าดันสินค้ามาร์จินสูงสู้บาทแข็ง

10 พฤศจิกายน 2553

ชดเชยกำไรขั้นต้นนิ่งแข่งยาก 5ปีโต1020%ปีหน้าปีทอง

โพสต์ทูเดย์ — เดลต้า คาดปีหน้าเป็นปีทอง รายได้ช่วง 35 ปี โต 1020% เร่งเข็นผลิตภัณฑ์ใหม่ชดเชยอัตรากำไรขั้นต้นได้รับพิษบาทแข็ง

นายเฮนรี เชลลี ประธาน บริษัท บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA นำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน โดยประมาณการว่า รายได้ของบริษัทในปี 2554 จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อชดเชยอัตรากำไรขั้นต้นที่ไม่สูงมากดังเช่นปีนี้ เนื่องมาจากค่าเงินบาทแข็งได้ทำให้ศักยภาพในการแข่งขันของบริษัทลดลงเมื่อเทียบคู่แข่ง เพราะราคาขายสินค้าที่แพงกว่า

ทั้งนี้ คาดว่าใน 35 ปีข้างหน้ารายได้ของบริษัทจะเติบโตในอัตราเฉลี่ย 1020%

“ปี 2554 บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโตเป็น 2 หลัก โดยอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นมาแตะ 30% จากสิ้นไตรมาส 3 อยู่ในระดับที่ 28.4% เนื่องจากมีการผลิตสินค้าภายใต้เทคโนโลยีใหม่ที่มีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น”

สำหรับปีนี้คาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ กลับมาเติบโตกว่าปี 2551 และ 2552 ที่อยู่กว่า 900 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามลำดับ

ทั้งนี้ ไตรมาส 4 ปีนี้คาดว่าผลประกอบการจะอ่อนตัวจากไตรมาส 3 เนื่องจากเป็นช่วงนอกฤดูกาลที่ลูกค้าจะเริ่มชะลอคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ Solar Inverters เนื่องจากใกล้ฤดูหนาวที่มีข้อจำกัดในการติดตั้งและกำไรในรูปเงินบาทจะลดลงจากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นเทียบเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลประกอบการจะกลับมาเร่งตัวอีกครั้งในไตรมาสแรกปีหน้า

นอกจากนั้น บริษัทยังมีแผนลงทุนตั้งโรงงานใหม่ Solar Inverters ในอินเดีย และสโลวาเกีย มูลค่าโครงการ โครงการละ 10 ล้านเหรียญสหรัฐและโรงงานใหม่สำหรับทำชิ้นส่วนยานยนต์และโครงการอุตสาหกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมูลค่า 15 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งทั้งสามโรงงานจะเริ่มผลิตได้ในปี 2555

สำหรับการเข้าซื้อกิจการในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่ผลิตงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านพลังงานแสงอาทิตย์ คาดว่าจะยังไม่เห็นผลในระยะสั้น ทั้งนี้เป็นไปตามแผนที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับกลางถึงระดับบนที่ทำอัตรากำไรให้สูงขึ้น

ด้านราคาหุ้น DELTA ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง 3% เศษหรือ 1 บาท ปิดที่ 33.75 บาท หลังผลประกอบการไตรมาส 3 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด โดยทำสถิติใหม่ด้วยกำไรสุทธิ 1,634 ล้านบาท แม้ว่าหักกำไรอัตราแลกเปลี่ยนแล้วยังมีกำไรปกติเติบโตถึง 134% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและเพิ่มขึ้น 45% จากไตรมาส 2 เป็น 1,599 ล้านบาท

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) แนะนำ “ซื้อ” หุ้น DELTA และให้ราคาเหมาะสมปีหน้าที่ 38.50 บาท หลังกำไรไตรมาส 3 มากกว่าคาด 5% จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวและสัดส่วนการขายสินค้า มาร์จินสูงช่วย ให้อัตรากำไรยังอยู่ในระดับสูง แม้ได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าก็ตาม

ทั้งนี้ ยังคงประมาณการกำไรทั้งปีที่ทำไว้ แม้ว่างวด 9 เดือนกำไรสุทธิ 3,633 ล้านบาท คิดเป็น 83% ของประมาณการทั้งปีก็ตาม

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ