
ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐอนุมัติสินเชื่อปี 52 กว่า 1 ล้านล้านบาท
โพสต์ทูเดย์-กระทรวงการคลังเผยผลการดำเนินงานของสถาบันการเงินเฉพาะกิจตามนโยบายรัฐบาล เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจปี 2552 พบว่า สถาบันเฉพาะกิจ 6 แห่งอนุมัติสินเชื่อกว่า 1.1 ล้านล้านบาท ช่วยกระตุ้นจีดีพีประมาณ 0.17% วันนี้ (6 มกราคม 2553) ที่กระทรวงการคลัง ได้มีการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนสถาบันการเงินเฉพาะกิจในการอำนวยสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยปี 2552 โดยมีนายประดิษฐ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน เพื่อสรุปผลการดำเนินงานของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 6 แห่ง ตามนโยบายรัฐบาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2552
โพสต์ทูเดย์-กระทรวงการคลังเผยผลการดำเนินงานของสถาบันการเงินเฉพาะกิจตามนโยบายรัฐบาล เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจปี 2552 พบว่า สถาบันเฉพาะกิจ 6 แห่งอนุมัติสินเชื่อกว่า 1.1 ล้านล้านบาท ช่วยกระตุ้นจีดีพีประมาณ 0.17%
วันนี้ (6 มกราคม 2553) ที่กระทรวงการคลัง ได้มีการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนสถาบันการเงินเฉพาะกิจในการอำนวยสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยปี 2552 โดยมีนายประดิษฐ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน เพื่อสรุปผลการดำเนินงานของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 6 แห่ง ตามนโยบายรัฐบาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2552
สถาบันการเงินเฉพาะกิจทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยและธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ได้มีการปรับเป้าหมายสินเชื่อรวมจาก 625,500 ล้านบาท เป็น 927,000 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2552 เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ
สถาบันการเงินเฉพาะกิจทั้ง 6 แห่ง สามารถอนุมัติสินเชื่อได้ 1,186,411 ล้านบาท คิดเป็น 127.98% ของเป้าหมาย 927,000 ล้านบาท และเบิกจ่ายแล้วเป็นเงิน 1,096,592 ล้านบาท คิดเป็น 118.29% ของเป้าหมาย และมีผู้ได้รับผลประโยชน์ 5,034,106 ราย
ในขณะที่บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมแห่งประเทศไทยมีการค้ำประกันสินเชื่อทั้งสิ้น 21,389 ล้านบาท หรือคิดเป็น 71.30% ของเป้าหมาย
สำหรับโครงการสินเชื่อ Fast Track ซึ่งเป็นมาตรการส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจได้เร่งรัดการดำเนินงานให้รวดเร็วเป็นพิเศษ และบางโครงการก็มีการผ่อนปรน ในเรื่องดอกเบี้ยและเงื่อนไขอื่นๆ ที่ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2552 และสิ้นสุดโครงการวันที่ 31 ธันวาคม 2552 โดยมีเป้าหมายสินเชื่อ 64,000 ล้านบาท ปรากฏว่าสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั้ง 6 แห่งสามารถอนุมัติสินเชื่อได้ 107,722 ล้านบาท หรือคิดเป็น 168.32% ของเป้าหมาย และเบิกจ่ายแล้วจำนวน 73,480 ล้านบาท หรือคิดเป็น 114.81% ของเป้าหมาย มีผู้ได้รับประโยชน์ 704,674 ราย
การที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถอนุมัติและเบิกจ่ายสินเชื่อได้มากกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ ทำให้มีผลช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าที่เคยประมาณการไว้เดิมอีกร้อยละ 0.17 ต่อปี
ทั้งนี้ แม้ว่าเงื่อนไขผ่อนปรนเป็นพิเศษทั้งในเรื่องอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขอื่นๆ จะสิ้นสุดลงตามโครงการเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2552 แต่ในเรื่องกระบวนการดำเนินงานที่รวดเร็วตามโครงการ Fast Track สถาบันการเงินเฉพาะกิจยังคงให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่องต่อไป







