
ซีพีเอ็นอัด200อีเวนต์ปลายปี
รับกำลังซื้อไทยเทศเริ่มกลับ เมินบาทแข็งแต่หวั่นการเมือง
โพสต์ทูเดย์
— ซีพีเอ็นเท 200 ล้านบาท อัด 200 อีเวนต์ กระตุ้นกำลังซื้อปลายปี ชี้บาทแข็งไม่กระทบยอดจับจ่าย แต่ยังห่วงการเมืองนายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงาน การตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (ซีพีเอ็น) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา และเซ็นทรัลเวิลด์ เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมงบกว่า 200 ล้านบาท สำหรับจัดกิจกรรมการตลาดในช่วงเดือน พ.ย.ธ.ค.นี้ แบ่งเป็น 100 ล้านบาท สำหรับศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา 14 สาขา และอีก 100 ล้านบาท สำหรับศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าว จะเน้นกลยุทธ์การตลาดเฉลิมฉลอง หรือซีเลเบรชัน มาร์เก็ตติง เพื่อสร้างบรรยากาศการจับจ่ายภายในศูนย์การค้าให้คึกคักในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยเตรียมจัดอีเวนต์ราว 200 กิจกรรม ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจากช่วงเดียวกันในปีก่อนราว 30% จากเดิมมีอยู่ประมาณ 7080 อีเวนต์
นอกจากนี้ บริษัทยังใช้งบลงทุนกว่า 30 ล้านบาท ในการประดับตกแต่งต้นคริสต์มาส โดยมีต้นคริสต์มาสที่เป็นจุดเด่นอยู่ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่มีความสูง 30 เมตร และใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ (แลนด์มาร์ก) ในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองให้กลุ่มเป้าหมายทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางมาจับจ่ายซื้อสินค้า
“
ช่วงปลายปีมักมีลูกค้าเข้ามาถ่ายรูปในเซ็นทรัลเวิลด์จำนวนมาก ซึ่งปีนี้ใช้ธีมคริสต์มาส ฟัน ปาร์ก ซึ่งจะเป็นไฮไลต์สำคัญสำหรับการถ่ายรูป คาดว่าจะมีคนมาใช้บริการไม่ต่ำกว่า 2 แสนคนต่อวัน ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้านี้” นายณัฐกิตติ์ กล่าวทั้งนี้ บริษัทประเมินว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวดีขึ้น และเชื่อว่าบรรยากาศการซื้อโดยรวมจะปรับตัวขึ้นตาม หลังจากผ่านเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ส่วนปัญหาภัยน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศ ไม่ส่งผลกระทบมากนัก เพราะกลุ่มลูกค้าหลักของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเป็นกลุ่มคนชั้นกลางในเมือง และนักท่องเที่ยว
นอกจากนี้ยังพบว่า บรรยากาศการจับจ่ายโดยรวมมีแนวโน้มดีขึ้น เห็นได้จากยอดซื้อต่อรายต่อใบเสร็จในสาขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา ที่ยอดซื้อต่อหัวต่อรายต่อใบเสร็จ เพิ่มจาก 3,000 บาท เป็น 5,000 บาท เแสดงให้เห็นว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักอย่างรัสเซียเริ่มกลับเข้ามาท่องเที่ยวในตัวเมืองพัทยา
แล้ว เช่นเดียวกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ที่มีนักท่องเที่ยวกลุ่มฮ่องกงและสิงคโปร์ กลับเข้ามาใช้บริการแล้ว
นายณัฐกิตติ์ยังกล่าวถึงเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นว่า คาดไม่ส่งผลกระทบกับยอดขายสินค้าแบรนด์เนมจากต่างประเทศ ที่แม้ว่าในช่วงปลายปีเป็นช่วงที่คนไทยที่มีกำลังซื้อสูงเดินทางออกไปพักผ่อนต่างประเทศและซื้อสินค้าอินเตอร์แบรนด์เนม ซึ่งปัจจุบันราคาสินค้าแบรนด์เนมในเมืองไทยมีราคาใกล้เคียงกับต่างประเทศแล้ว ที่ปัจจุบันประเทศไทยยังได้รับการโหวตจากนักท่องเที่ยวว่าเป็นประเทศที่มาแล้วค่าเงินเอื้อให้เกิดการจับจ่ายอย่างคุ้มค่ามากสุด แต่ปัจจัยที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือการเมือง







