
กสิกรไทยรักษาเครดิต BBB+
กสิกรไทยรักษาเครดิต BBB+ สะท้อนความสามารถการทำกำไร คุณภาพสินทรัพย์ และฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง
กสิกรไทยรักษาเครดิต BBB+ สะท้อนความสามารถการทำกำไร คุณภาพสินทรัพย์ และฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง
ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK ที่ ‘BBB+’ แนวโน้มมีเสถียรภาพ และอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินที่ ‘C’ ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไร คุณภาพสินทรัพย์ และฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งของธนาคาร รวมทั้งเครือข่ายการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และลูกค้ารายย่อย
นอกจากนี้ฐานะเงินกองทุนและระดับสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่แข็งแกร่งของ KBANK น่าจะช่วยให้ธนาคารสามารถรองรับผลกระทบจากการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงของคุณภาพสินเชื่อ
ทั้งนี้ ในความเห็นของฟิทช์ ปัจจัยดังกล่าวเป็นปัจจัยหลักในการพิจารณาคงอันดับเครดิตของธนาคาร และKBANK มีสถานะทางการเงินที่อยู่ในระดับที่ค่อนข้างดีเมื่อเปรียบเทียบกับธนาคารพาณิชย์อื่นในต่างประเทศ โดยเฉพาะในด้านความสามารถในการทำกำไร
แม้ว่าสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานจะมีความอ่อนแอและมีเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ความสามารถในการทำกำไรของ KBANK ยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง
สำหรับในช่วง 9 เดือนแรกปี 2553 ผลการดำเนินงานของ KBANK มีกำไรสุทธิ เพิ่มขึ้นเป็น 15.2 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 36% จากช่วง 9 เดือนแรกของปี 2552) โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ต้นทุนทางการเงินและการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญลดลง
อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการรวมผลการดำเนินงานของบริษัทประกันชีวิตซึ่งเป็นบริษัทลูกของธนาคารเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินรวมตั้งแต่เดือนพ.ย. 2552
ฟิทช์คาดว่าผลการดำเนินงานของ KBANK จะยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะเมื่อภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ซึ่งฟิทช์ได้มีการปรับประมาณการการเติบโตของ GDP ของประเทศไทยขึ้นเป็น 7.2% สำหรับปี 2553 และ 4.3% สำหรับปี 2554
ณ สิ้นเดือนกันยายน 2553 KBANK ยังคงเป็นหนึ่งในธนาคารที่มีสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่ำที่สุดในประเทศไทย โดยสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารยังคงลดลงต่อเนื่องเป็น 33.5 พันล้านบาท หรือ 3.3% ของสินเชื่อรวม (เทียบกับ 37.3 พันล้านบาท หรือ 4% ของสินเชื่อรวม ณ สิ้นปี 2552) เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น การปรับปรุงโครงสร้างหนี้และการตัดบัญชีหนี้สูญ นอกจากนี้สินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษของธนาคารได้ปรับตัวมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยทรงตัวอยู่ที่ 20 พันล้านบาท หรือ 2% ของสินเชื่อรวม (2.1% ของสินเชื่อรวม ณ สิ้นปี 2552) KBANK มีสำรองหนี้สงสัยจะสูญและหนี้สูญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 -3 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 36.4 พันล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนสำรองหนี้สงสัยจะสูญและหนี้สูญต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 108.7% (91.2% ณ สิ้นปี 2552) เมื่อพิจารณาถึงแนวโน้มสภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นและระดับสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่แข็งแกร่งของ KBANK ปัจจัยดังกล่าวน่าจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะต้องมีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่ม







