
ไทยแอร์ฯแหยงการเมือง
เลื่อนรับเอ320ปั้นเชียงใหม่ฮับ คู่ภูเก็ตดึงนักท่องเที่ยวหนีกทม.
โพสต์ทูเดย์
— แอร์เอเชีย ชี้การเมืองไทยไม่นิ่ง ชะลอเพิ่มฝูงบิน 4 ลำ เสียโอกาสเปิดเส้นทางบิน 5 เมืองท่องเที่ยว พลาดรายได้ 3,000 ล้านบาท เล็งเสริมแกร่งฮับภูเก็ต พร้อมเปิดฮับเชียงใหม่กระจายความเสี่ยงนายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยแอร์เอเชีย ผู้ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์)ไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า บริษัทได้เตรียมปรับแผนกลยุทธ์ทางการตลาด รองรับผลกระทบที่เกิดจากปัญหาทางการเมือง โดยในปีหน้าเตรียมชะลอแผนการขยายฝูงบิน โดยเลื่อนการรับมอบเครื่องบินแอร์บัส เอ320 ขนาด 180 ที่นั่ง จำนวน 2 ลำ ออกไปอย่างไม่มีกำหนด ต่อเนื่องจากการชะลอแผนรับมอบเครื่องบินปีนี้อีก 2 ลำเพราะไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศ ที่อาจเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเช่นเดียวกับปีนี้
ทั้งนี้ ความวุ่นวายทางการเมืองที่ผ่านมาทำให้บริษัทเสียโอกาสทางการตลาดด้านการขยายเส้นทางการบิน จำนวน 5 เส้นทาง แบ่งเป็น 3 เส้นทางจากประเทศอินเดีย และ 2 เส้นทางประเทศจีน และเสียรายได้ราว 3,000 ล้านบาท โดยแผนการตลาดปี 2554 จะมุ่งการพัฒนาเส้นทางเดิมให้สามารถแข่งขันได้ และพัฒนาศูนย์กลางทางการบิน (ฮับ) จ.ภูเก็ต ให้มีความแข็งแกร่ง
นอกจากนี้ จะใช้ จ.เชียงใหม่ เป็นฮับเชื่อมต่อไปยังเแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ รวมถึงการเพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ โดยเริ่มแรกเตรียมเปิดเส้นทาง เชียงใหม่หาดใหญ่ และเชียงใหม่อุบลราชธานี ซึ่งจะเริ่มให้บริการได้ในต้นปี 2554
“
ไทยแอร์เอเชียต้องพัฒนาฮับที่ภูเก็ตและเชียงใหม่ให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น ซึ่งมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ต้องการเดินทางมาประเทศไทย แต่ต้องการเลี่ยงที่จะบินเข้ากรุงเทพฯ เพราะไม่อยากเผชิญปัญหาทางการเมืองที่วุ่นวาย ซึ่งในอีก 34 ปี การเปิดฮับทั้งสองแห่งจะทำให้สัดส่วนรายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้น” นายทัศพล กล่าวล่าสุด ไทยแอร์ฯ ได้เปิดให้บริการเส้นทางการบินตรง ภูเก็ตบาหลี สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค.เป็นต้นไป พร้อมจัดแคมเปญช่วงแนะนำจองล่วงหน้าตั้งแต่วันที่814 พ.ย. ในราคาสุทธิ 1,490 บาท/ที่นั่ง สามารถบินได้ตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค.10 พ.ย. 2554 โดยตั้งเป้ามีอัตราที่นั่งเฉลี่ย 8590%
ทั้งนี้ บริษัทจะติดตามประเมินผลการตอบรับ คาดว่าภายใน 60วันจะได้ข้อสรุป หากได้รับความนิยมก็จะเปิดให้บริการวันละ 1 เที่ยวบิน เนื่องจากเส้นทางนี้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวประเทศออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน และปัจจุบันสายการบินเป็นรายแรกที่ให้บริการเส้นทางดังกล่าว
นายทัศพล กล่าวว่า ด้านแผนการตลาดในประเทศ บริษัทมุ่งใช้กลยุทธ์ราคาจูงใจการใช้บริการเพื่อกระตุ้นยอดจำหน่าย เพราะมองว่าการแข่งขันในธุรกิจโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ เริ่มนิ่งหากไม่มีการเปิดตัวสายการบินใหม่ ทุกสายการบินจะมีกลุ่มลูกค้า และส่วนแบ่งทางการตลาดที่ชัดเจน เห็นได้ว่าในปีนี้สายการบินส่วนใหญ่เริ่มฟื้นตัว และมีผลประกอบการที่ดี เช่นเดียวกับบริษัทในปีนี้ผลประกอบการเติบโตตามเป้าที่ตั้งไว้ 25% มีรายได้ 1.2 หมื่นล้านบาท บรรทุกผู้โดยสาร 6.2 ล้านคน ขณะที่ปีหน้าหากการเมืองอยู่ในภาวะปกติ คาดว่าจะเติบโตราว 25%







