posttoday
ติดตามการประชุมนโยบายการเงินในอาเซียน

ติดตามการประชุมนโยบายการเงินในอาเซียน

06 พฤษภาคม 2562

ธนาคารกสิกรมองว่าอัตราเงินเฟ้อต่ำ การเติบโตของเศรษฐกิจชะลอตัวลง ความไม่แน่นอนทางการเมืองและการส่งออกที่ถูกกระทบจากสงครามการค้า ทำให้ ธปท. จะคงอัตราดอกเบี้ยเบี้ยนโยบาย 1.75% ไปตลอดทั้งปี

ธนาคารกสิกรมองว่าอัตราเงินเฟ้อต่ำ การเติบโตของเศรษฐกิจชะลอตัวลง ความไม่แน่นอนทางการเมืองและการส่งออกที่ถูกกระทบจากสงครามการค้า ทำให้ ธปท. จะคงอัตราดอกเบี้ยเบี้ยนโยบาย 1.75% ไปตลอดทั้งปี


********************

โดย...พีรพรรณ สุวรรณรัตน์, มนัสวิน ฐิติสมบูรณ์ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทยมองว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.80-32.20 ในช่วงวันที่ 6-10 พฤษภาคม สัปดาห์นี้ประเด็นการประชุมนโยบายการเงินของประเทศในอาเซียนและออสเตรเลียจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนค่าเงินในภูมิภาคนี้

โดยตลาดคาดว่าธนาคารกลางที่มีการประชุมทั้งหมดคือ ธนาคารกลางออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ยกเว้นไทย จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 25 bps ซึ่งจะเป็นปัจจัยส่งผลให้เงินสกุลในอาเซียนรวมทั้งไทยอ่อนค่าลงได้

อีกทั้ง ในส่วนของไทย คณะกรรมการการเลือกตั้งมีกำหนดประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสองระบบในช่วงต้นสัปดาห์ ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อความผันผวนของค่าเงินบาทได้

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.88 – 32.05 โดยเงินบาทเปิดตลาดแข็งค่าขึ้นมากเมื่อเทียบกับราคาปิดในสัปดาห์ก่อนหน้าหลังการประกาศตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ไตรมาสที่ 1/2019 ทั้งนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะขยายตัวมากกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก

อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อตลาดการเงินมากนัก เนื่องจากปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวมาจากมูลค่าสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2015 รวมถึงตัวเลขขาดดุลการค้าที่ลดลงจากนโยบายกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ยังยืดเยื้อ

ในทางตรงกันข้าม อุปสงค์ภายในประเทศขยายตัวชะลอลง โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนของภาคธุรกิจ นอกจากนี้ การแข็งค่าของเงินบาทยังได้รับแรงสนันสนุนจากตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนมีนาคมที่ยังอยู่ในระดับสูง

อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาเคลื่อนไหวอ่อนค่าจากความเชื่อมั่นต่อดอลลาร์ที่ปรับสูงขึ้น หลังจากที่นายเจอโรม โพเวล ประธานเฟด กล่าวว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องปรับดอกเบี้ยนโยบาย
นอกจากนี้ ยังกล่าวว่าคณะกรรมการฯ ไม่ได้กังวลต่อความเสี่ยงเศรษฐกิจร้อนแรงเกินไป รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่ปรับลดลงในช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากมองว่าเกิดจากปัจจัยชั่วคราวเท่านั้น ทั้งนี้ เงินบาทยังโน้มอ่อนค่าลงต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของสัปดาห์และปิดตลาดที่ 32.03 (ณ เวลา 16.30 น.)

ติดตามการประชุมนโยบายการเงินในอาเซียน

ตลาดพันธบัตร เป็นอีกสัปดาห์ที่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทยเคลื่อนไหวทรงตัวเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า โดยประเด็นที่นักลงทุนต่างจับตาคือผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ในช่วงกลางสัปดาห์ซึ่งมีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.25-2.50%

นอกจากนี้คณะกรรมการมีมติลดดอกเบี้ยบนเงินสำรองส่วนเกินมาอยู่ที่ 2.35% จากเดิมที่ระดับ 2.40% ส่งผลให้ในช่วงแรกอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวลดลงทันที

อย่างไรก็ตามนักลงทุนกลับมาขายพันธบัตรสหรัฐ ภายหลังจากถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ นายเจอร์โรม พาวเวล ที่เห็นว่าเศรษฐกิจภายในประเทศขยายตัวได้ดี และการจ้างงานแข็งแกร่ง โดยมองว่าแรงกดดันเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งถือเป็นความเห็นที่ออกมาในโทน Hawkish มากกว่าที่ตลาดคาดหวังไว้ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น

ในขณะที่ปัจจัยในประเทศมีการประกาศตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ระดับ 1.23% YoY สูงกว่าที่ตลาดคาดเล็กน้อยที่ระดับ 1.20% ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นเป็นผลมาจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลัก ในขณะที่กำลังซื้อในประเทศยังดูค่อนข้างน่าเป็นห่วง

ด้วยเหตุนี้ธนาคารกสิกรไทยจึงมีมุมมองว่าภายใต้สภาวะที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ การเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง รวมไปถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองและการส่งออกที่ถูกกระทบจากประเด็นสงครามการค้า จะเป็นเหตุให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.75% ไปตลอดทั้งปี โดย ณ วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลรุ่นอายุ 1, 2, 3, 5, 7 และ 10ปี อยู่ที่ 1.80% 1.83% 1.89% 2.12% 2.31% และ 2.55% ตามลำดับ

ในส่วนของกระแสเงินทุนต่างชาติในสัปดาห์ที่ผ่านมาไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิประมาณ 11,792 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น 3,846 ล้านบาท ขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 4,346 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ 3,600 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน