
ITDระดมทุนลุยงานต่างประเทศ
ITD เปิดทุกช่องทางระดมทุนทั้ง เพิ่มทุน-กู้เงิน-ออกหุ้นกู้ ขายเงินลงทุน นำเงิน ลุยงานใหญ่ต่างประเทศ
ITD เปิดทุกช่องทางระดมทุนทั้ง เพิ่มทุน-กู้เงิน-ออกหุ้นกู้ ขายเงินลงทุน นำเงิน ลุยงานใหญ่ต่างประเทศ
นายเปรมชัย กรรณสูตร กรรมการผู้จัดการ บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) เปิดเผยว่า อนาคตหลังจากนี้บริษัทมีความจำเป็นจะต้องใช้เม็ดเงินในการลงทุนอย่างมากโยเฉพาะการออกไปรับงานในต่างประเทศ ทำให้บริษัทมีความจำเป็นจะต้องระดมทุนจากทุกช่องทางที่สามารถทำได้ ทั้งการเพิ่มทุนจดทะเบียน การออกหุ้นกู้ การกู้เงินและการขายเงินลงทุนในกิจการที่มีกำไร เพื่อนำเงินมาใช้ในการลงทุน
“ตอนนี้บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาในการเพิ่มทุน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มทุนก้อนใหญ่พอสมควรและคาดว่าน่าจะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2554และการที่ตลาดหุ้นไทยดัชนีเกินระดับกว่า 1,000 จุดจะเอื้ออำนวยต่อการเพิ่มทุน และจะเดินหน้าขายเงินลงทุนในบริษัทที่เข้าไปถือหุ้นและมีกำไรด้วยโดยในช่วง 2-3วันนี้จะเซ็นสัญญาขายหุ้นโตโยไทย(TTCL)ให้กับญี่ปุ่น และอยู่ระหว่างเจรจาขายหุ้นเหมืองโปรแตชที่ถืออยู่อยู่ 90% บางส่วนและจะขายหุ้นบริษัทที่ทำธุรกิจอลูมิเนียมซึ่งถือหุ้นอยู่ 45% ซึ่งธุรกิจที่จะขายจะทำให้บริษัทมีกำไรพิเศษที่ดีที่จะนำเงินมา ใช้ในการลงทุนต่อได้ ”กรรมการผู้จัดการใหญ่กล่าว
อย่างไรก็ตามเหตุที่ต้องเพิ่มทุนนั้นในช่วงประมาณ 2-3 เดือนนี้บริษัทมีโอกาสชนะงานประมูลโครงการขนาดใหญ่ในเวียดนามที่มีมูลค่าการลงทุนกว่า 1.1 ล้านล้านบาทซึ่งมีความเป็นไปได้ประมาณ 75% ที่จะชนะการประมูล
สำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่ที่ทวายซึ่งเมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมาได้เซ็นสัญญากับรัฐบาลพม่า บริษัทได้สิทธิในการพัฒนาที่ดิน 1.7 แสนไร่ในเวลา 75 ปี ซึ่งดำเนินการในนามบริษัททวายดีเวลล็อปเมนต์ ที่ ITD ถือหุ้น 100% มีทุนจดทะเบียนเบื้องต้น 100 ล้านเหรียญสหรัฐนั้นขณะนี้ได้รับคำยืนยันจากธนาคารพาณิชย์ในการให้สินเชื่อเพื่อนำไปพัฒนาโครงการแล้ว และอนาคตก็พร้อมจะเปิดทางให้พันธมิตรเข้ามาร่วมถือหุ้นในบริษัททวายซึ่งตอนนี้มีธุรกิจทั้งในและต่างประเทศสนใจเข้ามาคุนกว่า 10 รายและคาดว่าจะสรุปได้ในช่วง 6 เดือนนี้
นายเปรมชัย กล่าวว่า โครงการที่ทวายตั้งใจจะพัฒนาให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมที่สมบูรณ์แบบซึ่งเบื้องต้นสิ่งที่ ITD จะได้ตรงๆ คืองานด้นสาธารณูปโภคที่มีมูลค่า 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และจะเข้าไปร่วมถือหุ้นโครงการลงทุนต่างๆที่จะเกิดขึ้นในนิคมดังกล่าวซึ่งในส่วนอุตสาหกรรมหนักทั้งโรงไฟฟ้า โรงกลั่น โรง ปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมเหล็กคาดว่าจะมีมูลค่าลงทุนรวมประมาณ 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หากจะให้บอกว่ามูลค่างานและการลงทุนที่จะเกิดขึ้นที่ทวายนั้นมีมากเพราะหากพัฒนาสมบูรณ์จะใหญ่กว่ามาบตาพุด 10 เท่า และจะมีท่าเรือน้ำลึกที่รับเรือที่มีน้ำหนัก 3 แสนตันได้คราวละ5ลำซึ่งถือว่าจะเป็นโครงการที่น่าสนใจมาก
"โครงการที่พม่าเป็นโครงการที่ บริษัทได้และทำการศึกษาเป็นการทั่วไปเมื่อ 12ปีก่อนแล้วและตอนนั้นเมื่อได้โครงการแต่เกิดวิกฤตปี2540 จึงชะลออกไปแต่ทุกวันนี้ทุกอย่างดีขึ้น และทางพม่าก็บอกว่าโครงการนี้มีต่างประเทศรายอื่นเช่นจีนอินเดียสนใจ ทางบริษัทยังสนใจหรือไม่ซึ่งบริษัทก็มีความสนใจอยู่แล้วดังนั้นการร่างแผนต่างๆจึงเกิดขึ้นเมื่อปลายปี2552และนำมาสู่การเว็นสัญญาเมื่อต้นเดือนทีผ่านมา"นายเปรมชัยกล่าว







