
ทีโอทียันไม่มีปัญหาคืนคลื่นให้กทช.
ทีโอทีไม่มีปัญหาคืนคลื่น กทช.เตรียมนำเรื่องเข้าบอร์ดพิจารณา พร้อมลุย 2 โครงการใหญ่ 1.3 หมื่นล้านบาท
ทีโอทีไม่มีปัญหาคืนคลื่น กทช.เตรียมนำเรื่องเข้าบอร์ดพิจารณา พร้อมลุย 2 โครงการใหญ่ 1.3 หมื่นล้านบาท
นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า ทีโอทีไม่ขัดข้องกรณีทีคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. มีแผนจะเรียกคืนคลื่นความถี่ 1900 เมกะเฮิร์ต เพราะพร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ กทช.กำหนดขึ้น ซึ่งหากไดรับหนังสืออย่างเป็นทางการ จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ หรือ บอร์ด ทันที
ทั้งนี้ ทีโอทีจะดำเนินการเรื่องคลื่นความถี่เท่านั้น แต่เรื่องค่าเลขหมายพิเศษ 3 หลัก และ 4 หลัก มูลค่า 656 ล้านบาทที่กทช.เตรียทฟ้องศาลนั้น ทีโอทีเห็นว่า กทช.ควรเรียกเก็บจากผู้ประกอบการที่ขอเลขหมายดังกล่าววเองเพราะทีโอทีไม่ได้เป็นผู้ใช้เลขหมายดังกล่าว
ส่วนแผนธุรกิจในปีหน้า บริษัทมี 2 โครงการขนาดใหญ่ที่ต้องเตรียมลงทุน คือ โครงข่ายอัจฉริยะในอนาคต หรือ เอ็นจีเอ็นมูลค่าประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท และการขยายระบบเครือข่ายใยแก้วนำแสง หรือ เอฟทีทีเอ็กซ์ ให้ครอบคลุม ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมนำเรื่องเสนอบอร์ด
นายวรุธ กล่าวว่า หากบอร์ดเห็นชอบในโครงการดังกล่าวแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ นำส่งให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ฯ พิจารณา ก่อนเสนอให้ ครม. อนุมัติในเดือน ม.ค.2554 ซึ่งการลงทุนทั้ง 2 โครงการนี้ เพื่อให้รับกับการแข่งขันในปัจจุบัน และสอดคล้องกับกนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติของนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที
สำหรับงบประมาณในการดำเนินการในโครงการดังกล่าว ทีโอทีจะดำเนินการเช่นเดียวกับโครงการ 3 จี ทีโอที คือ การหาแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงิน 80 % ส่วนที่เหลืออีก 20 % ทีโอทีจะเป็นผู้ลงทุนเอง
ขณะที่ในปีนี้มีเป้าหมายรายได้ที่ 6 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา 5 % โดยรายได้หลักกว่า 60% ยังคงมาจากสัมปทานของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ส่วนรายได้ที่มาจากการให้บริการ 3 จีทีโอทีในรูปแบบให้เช่าใช้โครงข่ายทำตลาด หรือ เอ็มวีเอ็นโอ จากผู้ให้บริการทั้ง 5 ราย อยู่ที่ 200 ล้านบาท ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้ 220 ล้านบาท และคาดว่าปีหน้าจะมีรายได้ถึง 1,500 ล้านบาท
สาเหตุที่รายได้เอ็มวีเอ็นโอในปีหน้าจะเติบโตแบบก้าวกระโดดนั้น เพราะจะเปิดให้บริษัทลูกของเอไอเอส และทรูมูฟ เข้าร่วมเป็นพันธมิตรในการทำตลาด 3 จีทั้งในรูปแบบโรมมิ่ง และเอ็มวีเอ็นโอ ซึ่งทั้งสองบริษัทได้เสนอแผนการตลาดว่าจะขายเลขหมายให้ได้ 1 ล้านเลขหมายต่อปี







