posttoday
กูรูทิสโก้แนะซื้อหุ้น ลุ้นปลายปีทะยาน 1,800 จุด

กูรูทิสโก้แนะซื้อหุ้น ลุ้นปลายปีทะยาน 1,800 จุด

10 เมษายน 2562

ขี้เป้า 4 กลุ่มเด่น มั่นใจตั้งรัฐบาลใหม่ได้แน่ พร้อมเร่งอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบดันเศรษฐกิจไทยฟื้นครึ่งปีหลัง อย่ากังวลโลกถดถอย

ขี้เป้า 4 กลุ่มเด่น มั่นใจตั้งรัฐบาลใหม่ได้แน่ พร้อมเร่งอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบดันเศรษฐกิจไทยฟื้นครึ่งปีหลัง อย่ากังวลโลกถดถอย

นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ กล่าวถึงภาพรวมตลาดหุ้นไทย ว่า บล.ทิสโก้คาดการณ์พรรคพลังประชารัฐมีโอกาสจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลมากกว่าพรรคเพื่อไทย และไม่ว่าขั้วพรรคการเมืองใดจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ดัชนีหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้นไปแตะ 1,700 จุดได้ในช่วงเดือนพ.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในเชิงเทคนิคปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกต่อดัชนีหุ้นไทยแล้ว ขณะที่ประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยจะทยอยปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ เนื่องจากรัฐบาลใหม่จะเข้ามาอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบจากการอนุมัติโครงการต่างๆ ที่ยังคั่งค้างอยู่ ซึ่งจะช่วยให้กำไรบริษัทจดทะเบียนปรับตัวดีขึ้นตาม

นอกจากนี้ หุ้นไทยจะได้รับอานิสงส์จากการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์เรื่องการนำหุ้นเข้าคำนวณดัชนี MSCI Emerging Market ( MSCI) ซึ่งคาดว่าจะมีเงินต่างชาติไหลเข้ามาซื้อหุ้นไทยประมาณ 5 หมื่นล้านบาท และทำให้หุ้นไทยในช่วงปลายปี 2562 ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 1,800 จุดได้

สำหรับเศรษฐกิจโลก แม้มีปัจจัยชี้วัดเรื่องการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยแต่ธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก เช่น ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยุโรป จีน ต่างก็เริ่มผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเพื่อเข้าไปพยุงเศรษฐกิจแล้ว จึงคาดว่าจะช่วยพยุงให้เศรษฐกิจโลกไม่เข้าสู่ภาวะถดถอยในปีนี้ และจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางนี้เอง จะทำให้สภาพคล่องทั่วโลกยังคงอยู่ หนุนให้ตลาดหุ้นทั่วโลกในปีนี้แกว่งตัวในลักษณะออกข้างหรือค่อยๆ ปรับขึ้นได้

กูรูทิสโก้แนะซื้อหุ้น ลุ้นปลายปีทะยาน 1,800 จุด

นายวิวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับหุ้นแนะนำในเดือนเม.ย. มีทั้งหมด 4 ธีม ธีมแรก คือ หุ้นที่คาดว่าราคาจะปรับเพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ของ MSCI คือ BDMS, SCC, CPN และ LH

ธีมที่สอง คือ หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายภาครัฐฯ ทั้งการบริโภคและการลงทุน คือ MINT, STEC, AMATA และ WHA

ธีมที่สาม คือ หุ้นที่คาดว่าแนวโน้มกำไรไตรมาสที่ 1/2562 จะออกมาดี คือ JWD, ANAN, ROJNA และ SEAFCO

และธีมสุดท้าย คือ หุ้นที่คาดว่าจะได้รับผลบวกหากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อคืน คือ BBL และ PTTEP

ด้านหุ้นที่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรระยะสั้น คือ PTTEP และ IRPC เพราะเป็นหุ้นที่ผลประกอบการจะได้รับผลบวกจากราคาน้ำมัน WTI ในไตรมาสที่ 1/2562 ที่ปรับเพิ่มขึ้นถึง 15% ซึ่งหุ้นกลุ่มพลังงานจะประกาศผลการดำเนินงานในช่วงเดือนพ.ค.นี้

นายวิวัฒน์ กล่าวว่า ราคาน้ำมันในไตรมาสที่ 2/2562 คาดว่าราคาน้ำมัน WTI จะขึ้นมาทดสอบแนวต้านที่ 63 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และหากผ่านไปได้จะทดสอบแนวต้านใหม่ที่ 68 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล แต่ในช่วงครึ่งปีหลังจะได้รับผลกระทบจากปริมาณเชลล์ออยจากสหรัฐฯ เข้ามาในตลาด จึงแนะนำให้ลงทุนในรูปแบบเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์