posttoday
‘เกรซ’ ธุรกิจรักษ์โลก รักษ์สุขภาพ

‘เกรซ’ ธุรกิจรักษ์โลก รักษ์สุขภาพ

31 มีนาคม 2562

กระทรวงสาธารณสุข ยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกใส่ยา ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561

กระทรวงสาธารณสุข ยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกใส่ยา ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561 เป็นต้นไป เพราะขยะพลาสติก ไมโครพลาสติก เป็นอันตรายต่อระบบนิเวศและชีวิตมากกว่าที่คิด!!

พลาสติก (Plastic) เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้น มันเป็นส่วนเกินของธรรมชาติที่มีทั้งประโยชน์และโทษ

ไมโครพลาสติก (Microplastic) คือ ชิ้นส่วนพลาสติกประเภทหนึ่ง ที่มีขนาด 1 นาโนเมตร หรือเข้าใจง่ายๆ ว่า หนึ่งในพันล้านของเมตร จนถึง 5 มิลลิเมตร หรือครึ่งเซนติเมตร เป็นชิ้นส่วนพลาสติกที่มีขนาดเล็กมากๆ เทียบเท่าได้กับไวรัส มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น

ปัจจุบันไมโครพลาสติกนี้ เริ่มเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ อย่างเห็นได้ชัด

ขยะพลาสติก (Microplastic) คือ ขยะพลาสติกขนาดจิ๋ว <5 มิลลิเมตร ที่ปนเปื้อนเข้าสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เเละปนเปื้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของเรา

มาถึงตรงนี้ ...ตระหนกและน่ากลัวแล้วเรานึกถึง “มะเร็ง” บ้างไหม?

‘เกรซ’ ธุรกิจรักษ์โลก รักษ์สุขภาพ

ทุกวันนี้รู้ไหมคนไทยใช้โฟม 2.3 ชิ้น/วัน/คน ขณะที่คนทั้งโลกเฉลี่ยต่อวันคือ 150 ล้านชิ้น หากคิดไม่ออกว่ามากมายขนาดไหน ก็ให้นึกถึงตึกสูง 10 ชั้น เพราะปริมาณโฟมที่ใช้ต่อวันจะมีขนาดใหญ่เท่าตึกสูง 10 ชั้นนั่นเอง ...และกว่าขยะจากโฟมหรือพลาสกติกจะย่อยสลายได้ใช้เวลาที่นานมาก แถมยังเสี่ยงต่อภาวะการเกิดมะเร็งและเป็ยภัยต่อชีวิตนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้เราสามารถเลือกและหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้เพื่อการบริโภคที่มีต้นกำเนิดมาจากพลาสติกและโฟมได้ เพราะในตลาดและโมเดิร์นเทรดตอนนี้มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมวางจำหน่ายแล้ว ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ทำมาจากชานอ้อย เยื่อไผ่ อนาคตกำลังขยายสู่ฟางข้าวหรือผักต้มหากเทคโนโลยีที่นำมาใช้สามารถลดต้นทุนการผลิตลงได้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ว่านี้ถูกก่อตั้งโดย นพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์ ผู้ก่อตั้งบริษัท บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม โดยจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ ทั้งถ้วย ชาม ช้อน แก้วภายใต้แบรนด์ “เกรซ”

ทั้งนี้ คุณหมอเล่าว่าต้นเหตุของการเข้ามาทำธุรกิจนี้เกิดขึ้นจากการเล่าเรียนทางด้านการแพทย์มาและรู้ว่าการใช้โฟม พลาสติก จะเป็นความเสี่ยงที่นำพาให้ชีวิตเข้าใกล้ความเป็นมะเร็ง เพราะพลาสติกจะส่งผลต่อฮอร์โมนทั้งเพศชายและเพศหญิง และนำไปสู่การเป็นมะเร็งเต้านม ต่อมลูกหมาก ดังนั้นจึงมีแนวคิดที่จะทำธุรกิจที่เป็นมิตรทั้งกับสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยต่อชีวิต สะดวกในการใช้งาน โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีความปลอดภัย และได้ทําการวิจัยและพัฒนากระบวนการในการผลิตจนได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการใช้งานตามความต้องการของผู้บริโภค ทั้งในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป และกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

“ผมก่อตั้งบริษัทในเดือน ม.ค. 2548 บนพื้นที่ 48 ไร่ ริมถนนสายเอเชีย อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท และเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร ชนิด Biodegradable จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และเป็นบริษัทเดียวใน AEC ที่ผลิตสินค้าบรรจุภัณฑ์และภาชนะที่มาจากเยื่อพืชธรรมชาติ ซึ่งมีความปลอดภัยต่อสุขภาพ ไร้สารก่อมะเร็งและยังมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าบรรจุภัณฑ์ทั่วไป คือ ไม่รั่วน้ำและน้ำมัน สามารถใส่อาหารได้ทั้งร้อนและเย็น เข้าไมโครเวฟและเตาอบได้”

เริ่มแรกนั้นธุรกิจที่ผมทำ 5-6 ปีแรกจะขายไปยังต่างประเทศเป็นหลักเพราะต้นทุนต่อหน่วยยังราคาสูง คนในประเทศยังไม่สามารถรับได้ แต่ระยะถัดมาเมื่อทุกอย่างได้ขนาด คนเข้าใจและรักษ์สุขภาพและรักษ์โลก คนยอมที่จะจ่ายในราคาที่แพงกว่าเพื่อสุขภาพ และในกระบวนการผลิตสามารถทำให้ราคาต่อหน่วยลดลงมาเหลือใกล้เคียงกับการซื้อบรรจุภัณฑ์จากโฟม แม้ยอมจ่ายแพงกว่า 2 บาท ก็ทำให้สินค้าของบริษัทเริ่มมีเข้ามาขายในประเทศไทย และทุกวันนี้มีกำลังผลิต 1 ล้านชิ้น/วัน และอนาคตปี 2563 จะนำธุรกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อระดมเงินมาเพิ่มกำลังผลิตอีก 1.2 ล้านชิ้น ซึ่งจะทำให้มีกำลังผลิตรวม 2.2ล้านชิ้น เพียงพอรองรับความต้องการใช้ได้

‘เกรซ’ ธุรกิจรักษ์โลก รักษ์สุขภาพ

นอกจากนี้ การได้มาของบรรจุภัณฑ์ บริษัทจะทำ วิจัย ค้นคว้า และทดลอง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้า พัฒนาการจัดจําหน่ายให้ครอบคลุมในช่องทางต่างๆ เพื่อให้เกิดโอกาสในการซื้อได้มากขึ้นและสร้างการรับรู้และโอกาสในการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์แก่ลูกค้าในวงกว้าง

และบรรจุภัณฑ์ของบริษัทได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณองค์กรปลอดโฟม 100% และเสริมสร้างความเข้มแข็งภาคีเครือข่ายด้านสุขาภิบาลอาหารปี 2559 ในการขึ้นรับรางวัลภาคเอกชนผู้สนับสนุนการรณรงค์ ลด ละ เลิก การใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร

ขณะเดียวกัน การที่วัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตซึ่งมาจากชานอ้อย ซึ่งถือเป็นพืชส่งออกอันดับ 2 ของโลก ก็เป็นการช่วยและเพิ่มมูลค่าจากชานอ้อยที่เหลือจากกระบวนการผลิตหลักมาได้ ซึ่งทุกวันนี้บริษัทรับชานอ้อยปีละกว่าหมื่นตันและจะมีเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

“ในบรรจุภัณฑ์ของบริษัท ประมาณ 50-60% วัตถุดิบมาจากชานอ้อยและเยื่อไผ่ และกำลังพัฒนาไปสู่การนำฟางข้าว เยื่อไผ่มาใช้ในการผลิตด้วย”

นอกจากนี้ ในปัจจุบันเกรซกำลังขยายเข้าสู่โรงพยาบาล โดยทำชุดเวชภัณฑ์ไปใช้ในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นการใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งจะสามารถลดการติดเชื้อได้ และอนาคตเชื่อว่า แบรนด์เกรซจะเข้ามามีบทบาทและส่วนสำคัญทั้งในเรื่องของการรักษ์โลกและสุขภาพมากขึ้น

เราหวังและตั้งใจที่ต้องการให้ทุกคนบนโลกมีสุขภาพที่ดี อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ทําให้เรามุ่งผลิตสินค้าที่มีความปลอดภัย สะดวกในการใช้งาน โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีความปลอดภัย และได้ทําการวิจัยและพัฒนากระบวนการในการผลิต จนได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการใช้งานตามความต้องการของผู้บริโภค ทั้งในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป และกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด เอฟเวอร์ตัน พบ เชลซี พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด เอฟเวอร์ตัน พบ เชลซี พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69