posttoday
ก้าวใหม่ของหนังสือพิมพ์

ก้าวใหม่ของหนังสือพิมพ์

31 มีนาคม 2562

หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 31 มี.ค. 2562

หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 31 มี.ค. 2562 อาจเป็นฉบับสุดท้ายของหนังสือพิมพ์ธุรกิจรายวันที่ให้ข้อมูลข่าวสารคนไทยมาตลอด 17 ปี แต่สำหรับวงการน้ำหมึกโลกนั้น นี่ย่อมไม่ใช่ “หนังสือพิมพ์ฉบับสุดท้าย” ที่ต้องปิดตัวลง หรือเปลี่ยนโฉมไปสู่การเป็นสื่อออนไลน์เต็มตัวในยุค Digital Disruption

เฉพาะในสหรัฐมีหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นไปจนถึงหนังสือพิมพ์ที่วางจำหน่ายทั่วประเทศ ปิดตัวลงไปแล้วมากกว่า 1,800 ฉบับ นับตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา ส่วนในสหราชอาณาจักร (UK) มีหนังสือพิมพ์ปิดตัวไป 198 ฉบับ ระหว่างปี 2005-2016

ตลอดช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ทั่วโลกต่างก็พยายามปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล จากกลยุทธ์เริ่มแรกของการเปิดเว็บไซต์ข่าวควบคู่กัน ไปจนถึงทำวิดีโอคอนเทนต์ การปรับไปสู่แพลตฟอร์มใหม่ๆ และการพัฒนาโมเดลธุรกิจขึ้นมาขยายช่องทางรายได้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกรายที่จะอยู่รอดแม้ปรับเปลี่ยนโฉมไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ในบรรดาการเปลี่ยนแปลงปรับตัวของสื่อทั่วโลก ก็ยังมี “ผู้รอดชีวิต” อีกจำนวนไม่น้อยที่สามารถเป็นตัวอย่างโมเดลความสำเร็จและพิสูจน์ได้ว่า “ข่าวไม่มีวันตาย”

Subscription คือ ทางรอด

จากรายงาน Digital News Project 2018 ของสถาบันรอยเตอร์สเพื่อการศึกษาวารสารศาสตร์ พบว่า ในปี 2017 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมหนังสือพิมพ์ในสหรัฐประสบความสำเร็จในการเพิ่มยอดสมาชิกทางออนไลน์ (Subscription) ได้ 7% นำโดย The New York Times หนังสือพิมพ์เบอร์ 1 ในสหรัฐ โดยปัญหาการแพร่ระบาดของ “ข่าวปลอม” (Fakenews) มีส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้คนมองหาข่าวจริงที่เชื่อถือได้ท่ามกลางกระแสข่าวสารท่วมโลกอินเทอร์เน็ต และยอมจ่ายเงินค่าสมาชิกกันมากขึ้น

นิวยอร์ก ไทมส์ มียอดสมัครสมาชิกทางดิจิทัลเพิ่มขึ้นติดต่อกันในทุกไตรมาส จนเพิ่มจาก 1.8 ล้านคน ณ สิ้นปี 2016 ไปอยู่ที่มากกว่า 3.3 ล้านคน ณ สิ้นปี 2018 หรือเพิ่มขึ้น 27% จากปีก่อน แต่หากนับรวมยอดสมาชิกหนังสือพิมพ์ทั้งในรูปแบบดิจิทัลและรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์ จะทะลุไปถึง 4.3 ล้านคน ขณะที่รายได้จากส่วนดิจิทัลเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า709 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.25 หมื่นล้านบาท) และสะท้อนความสำเร็จในการเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ จากการอิงรายได้จากยอดโฆษณาไปสู่รายได้จากยอดสมาชิก (Subscription-based model)

หากย้อนกลับไปยังสมัยดิจิทัลยุคเริ่มต้นเมื่อราว 20 ปีก่อน แนวคิดต่อข่าวสารในขณะนั้น คือ สิ่งเหล่านี้ควรเป็นของฟรีที่ไม่มีการจำกัดกั้นบนโลกอินเทอร์เน็ต แต่ก็เป็นที่พิสูจน์ในเวลาต่อมาว่า การจะได้ข่าวเจาะลึกและมีคุณภาพสูงนั้นล้วนมี “ต้นทุน” และไม่อาจทำให้หนังสือพิมพ์อยู่บนรูปแบบรายได้
เดิมๆ อีกต่อไป

ดังนั้น นิวยอร์ก ไทมส์ จึงตัดสินใจเมื่อราว 4 ปีก่อนว่า จะปรับรูปแบบธุรกิจหนังสือพิมพ์ จากที่อิงกับรายได้โฆษณาไปสู่การพึ่งพารายได้จากค่าสมาชิก ปัจจุบัน Digital Content ของนิวยอร์ก ไทมส์ ไม่ได้มีแค่ข่าว แต่ยังเป็นรูปแบบ Contents Bundling หรือการขายข่าวแบบพ่วงผสมคอนเทนต์อื่นๆ เช่น คอนเทนต์ทำอาหาร และเกมครอสเวิร์ด หรือผนึกพันธมิตรกับบริษัทสตรีมมิ่งเพลงชื่อดังอย่าง Spotify และมีการพัฒนาเพิ่มคอนเทนต์ข่าวในรูปแบบ Audio File ด้วย

Apple News พลิกโฉม

แนวทาง Subscription ของหนังสือพิมพ์กำลังถูกท้าทายอีกครั้ง เมื่อค่าย Apple Inc. รุกโมเดล Subscription ที่เหนือชั้นกว่าเพราะมาแบบบุฟเฟ่ต์ข่าวและนิตยสารเหมาจ่ายรายเดือน ซึ่งได้รับการตั้งฉายาว่าเป็น Netflix of News

Apple News+ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริการใหม่ที่ยังครอบคลุมถึง ทีวีสตรีมมิ่ง เกม และบัตรเครดิต สามารถเข้าถึงข่าวและนิตยสารมากกว่า 300 ฉบับ อาทิ หนังสือพิมพ์ธุรกิจชั้นนำอย่าง Wall Street Journal และ The New Yorker ในราคาเดือนละ 10 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดสมาชิกได้มาก จากฐานผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เคลื่อนที่ของแอปเปิ้ลนับล้านราย

รายงาน Digital News Project 2018 ของสถาบันรอยเตอร์ส ระบุว่า หนึ่งในเทรนด์สำคัญที่น่าจะเกิดขึ้นตามมาในปี 2019 นี้ ก็คือ บรรดาหนังสือพิมพ์จะตัดสินใจ “ปลดแอก” ลดการผูกติดอยู่กับแพลตฟอร์มใหญ่เพียงไม่กี่ราย เช่น เฟซบุ๊ก กันมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนนโยบายของเฟซบุ๊ก และมาจากความกังวลของผู้บริหารสื่อเอง โดยผลสำรวจบรรดาผู้บริหารสื่อพบว่า 44% รู้สึกกังวลกับอำนาจและบทบาทของแพลตฟอร์มใหญ่มากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ตัวเลขดังกล่าวยิ่งเพิ่มขึ้นเป็น 55% ในกลุ่มผู้บริหารที่เป็นสื่อหนังสือพิมพ์

ทว่า ปฏิกิริยาจากหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนส่วนใหญ่เมื่อเร็วๆ นี้ กลับไม่ได้มองว่า Apple News คือ อนาคตใหม่ที่จะมาช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมสื่อ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะค่านายหน้าที่ถูกแอปเปิ้ลหักไป ซึ่งคาดว่าจะสูงถึง 50% หรือสูงกว่าค่าธรรมเนียมของ Apple Music ในปัจจุบันที่ 30%

นอกจากนี้ สื่อบางรายยังกลัวว่าจะกลายเป็นการซ้ำรอย เฟซบุ๊ก ซึ่งที่สุดแล้วก็ไม่สามารถช่วยเพิ่มยอดให้หนังสือพิมพ์ได้อย่างที่คาดหวังกันเอาไว้ แต่กลับช่วยเอื้อให้แพลตฟอร์มหลักเองมากกว่า

นิวยอร์ก ไทมส์นั้นส่งสัญญาณชัดเจนว่า ต้องการสร้างความสัมพันธ์โดยตรงกับผู้อ่านผ่านทางเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นของตนเอง ขณะที่ Washington Post ระบุว่าจะมุ่งโฟกัสการสร้างฐานสมาชิกของตนเอง ซึ่งการเข้าร่วมกับแอปเปิ้ลนั้นไม่ได้ช่วยในด้านนี้

อย่างไรก็ตาม สื่อขนาดกลางถึงขนาดเล็กที่ไม่ได้มีฐานผู้อ่านขนาดใหญ่ อาจไม่สามารถต้านทานกระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นตัวคุมเกมใหม่ได้ และอาจต้องก้าวให้ทันการแข่งขันจากผู้เล่นทั้งในและนอกอุตสาหกรรม ที่จะรุนแรงยิ่งขึ้นหลังจากนี้

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน