posttoday
การอ่านเปลี่ยนชีวิต พลังแห่งหนังสือ

การอ่านเปลี่ยนชีวิต พลังแห่งหนังสือ

31 มีนาคม 2562

ที่ผ่านมาประชาชนมักคุ้นชินกับหนังสือแจกฟรีจาก

ที่ผ่านมาประชาชนมักคุ้นชินกับหนังสือแจกฟรีจาก ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) หากรู้ว่ามีฟรี แต่หนังสือที่พิมพ์ออกมานั้นก็ไม่ถึงมือผู้อ่านที่เป็นประชาชนทั่วไปสักเท่าไร

“บางทีเราก็ลืมคิดไปว่า...” จึงเป็นหนังสือที่ผลิตออกมาขายอย่างเป็นทางการเล่มแรก และเปิดตัวสำนักพิมพ์ “SOOK Publishing” ในรูปโฉมใหม่ ก้าวใหม่ ภายใต้การดำเนินการของ ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. ที่วางเป้าหมายผลิตหนังสือสร้างสุข ด้วยแนวคิด “Books Are Basic Tools For Healthy Lifestyle” หนังสือดีๆ จะนำพาเราไปสู่ไลฟ์สไตล์คุณภาพ

“เบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร” ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. กล่าวถึง SOOK Publishing มุ่งเน้นผลิตหนังสือคุณภาพ เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสื่อสาร จุดประกายให้เกิดแรงบันดาลใจ และวิธีปฏิบัติตน สุขภาวะ ซึ่งในปี 2562 เตรียมผลิตพอกเกตบุ๊กจำนวน20 เล่ม

การอ่านเปลี่ยนชีวิต พลังแห่งหนังสือ

“ทาง สสส.มีเรื่องราวที่ดีๆ เยอะ ที่ผ่านมาเราพิมพ์แจก แต่คนรับส่วนมากยังเป็นกลุ่มภาคี นักวิชาการ เนื้อหาอ่านเข้าใจยาก ทีนี้เราต้องการให้ต้นทุนดีๆ ที่เรามีเยอะไปถึงประชาชนจริงๆ การแจกมันไม่ทั่วถึงเหมือนการทำขาย

SOOK Publishing จึงปรับเป็นสำนักพิมพ์ทำพ็อกเกตบุ๊กขาย เน้นให้ประชาชนได้เป็นองค์ความรู้ เสริมสร้างสุขภาวะ เนื้อหาอ่านง่ายขึ้น เสริมสร้างกาย ใจ ปัญญา สังคม นี่คือจุดแข็งที่ สสส.มีความน่าเชื่อถือในการให้ข้อมูล ฮาวทูในการทำให้เป็นจริงได้ นี่คือจุดเด่นที่เราจะทำให้เห็นชัดขึ้น”

ท่ามกลางสภาวการณ์สำนักพิมพ์ทยอยปิดตัว แต่ SOOK Publishing ขอลงสนาม พร้อมฉีกตัวขอเป็นทางเลือก “ตอนทำบิซิเนสแพลน เราทำข้อมูลศึกษาตลาด มีหลายส่วนที่น่าสนใจ สำนักพิมพ์ปิดเยอะจริง แต่ยังมีช่องว่างที่เราทำได้ ยังมีอัตราการเติบโตของหนังสืออยู่ค่ะ

การอ่านเปลี่ยนชีวิต พลังแห่งหนังสือ

ความน่าสนใจของหนังสือที่เกิดใหม่ มีคนอยากอ่านหนังสือฮาวทูมากขึ้น ซึ่งเราได้ข้อมูลมาจากทางสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จําหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย คนยังสนใจเรื่องพวกนี้อยู่

การอ่านเปลี่ยนชีวิต พลังแห่งหนังสือ

หน้าร้านขายหนังสือปิดตัวเยอะ ออนไลน์เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เราออกไปได้ สั่งซื้อออนไลน์ หรืออีบุ๊ก และเนื้อหาในหนังสือเราสามารถนำมาใช้เป็นคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งได้เยอะ ทำให้หนังสือมีความน่าสนใจ คนที่ชอบอ่านในโซเชียลสนใจอ่านแล้วจะพาเขากลับไปที่หนังสือเรา การทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง ทำให้เนื้อหาเข้าใกล้ชีวิตคนอ่านมากที่สุด คนเข้ามามีส่วนร่วม”

ปีนี้สำนักพิมพ์ร่วมกับ “เอ็ดดี้-พิทยากรลีลาภัทร์” เจ้าของเพจ “ธนาคารความสุข” (Happiness Bank) มีผู้ติดตาม 3 แสนบัญชี นำบทความภายในเพจจัดพิมพ์เป็นหนังสือ “บางทีเราก็ลืมไปว่า...”

“พ็อกเกตบุ๊กของเรายังครอบคลุม กาย ใจ ปัญหา สังคม แต่เราจะเน้นเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เราจะมีทีมรีวิวก่อนว่า เราจะทำได้ไม่ได้ จุดเด่นของเราต้องมีความแตกต่าง หนังสือสุขภาพมีคนทำเยอะแต่เราจะเน้นที่พฤติกรรม หนังสือแนวนี้ต่างประเทศคนดังๆ เขียนมาเยอะ แต่เราเน้นที่เชื่อมโยงเข้ากับบริบทสังคมไทย เรามีภาคีที่ทำงานร่วมกับ สสส.เยอะ คิดว่าจะมีความต่างในเนื้อหาและนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงของผู้อ่านได้จริง

หนังสือมีหลายลักษณะ ที่มันเปลี่ยนคนได้ มีคุณค่า เพราะอ่านแล้วรู้สึกกินใจ อ่านแล้วทำได้จริง อย่างถ้าเราพูดกินผักให้ได้ 400 กรัม มันดูยาก ต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรม ใช้ได้จริง ภาพสวย ไม่เยิ่นเย้อ อ่านแล้วไม่ใช่แบบวิชาการ

เรามีแบบทดสอบในออนไลน์ด้วย มีการเชื่อมโยงที่หลากหลาย คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง การเข้าถึง บางคนเขาอยากหาอ่านอะไรที่ทำได้เลย อันนี้สำนักพิมพ์เราน่าจะทำให้คนสนใจ เรากำลังทำหนังสือน้ำดีในราคาที่ถูกลง อยากให้สังคมได้เข้าถึงหนังสือมากขึ้น”

“สุชาวดี ดีพรม” ผู้อ่านที่ได้ข้อคิดจากเพจ “ธนาคารความสุข” นำมาปรับใช้ในวันที่ชีวิตซวนเซเจอปัญหากระทบจิตใจ “จุดเริ่มต้นของการอ่าน เป็นเรื่องส่วนตัวผู้หญิงค่ะ พอเวลามีแฟนก็มีความรัก พอมีความรักก็เริ่มทะเลาะกัน เริ่มไม่สบายใจ พอไปอ่านเพจของพี่เอ็ด แล้วเจอข้อความที่อ่านง่ายแล้วสามารถเอามาปรับใช้กับชีวิตจริงได้

การอ่านเปลี่ยนชีวิต พลังแห่งหนังสือ

ยกตัวอย่าง เราทะเลาะกับแฟน เริ่มมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย ทะเลาะกันรุนแรงบ้าง บางทีก็จะใช้คำพูดที่ไม่ดีบ้าง แต่พอพี่เอ็ดให้คำตอบหรือบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมะ ซึ่งมันสามารถปรับใช้ง่ายๆ อย่างเวลาโกรธ พี่เอ็ดก็จะบอกว่า โกรธก็ให้รู้ว่าโกรธ เวลาทะเลาะกับแฟนเราสไตล์เงียบ ไม่ค่อยพูด ก็จะปล่อยทิ้งไว้ก่อน

ถ้าทั้งสองฝ่ายทะเลาะกัน ไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงมันก็จะยาว กว่าจะเคลียร์กันได้ก็ใช้เวลานาน หลังๆ พอเริ่มนำธรรมะมาปรับใช้ เวลาทะเลาะกันเราก็จะรู้ว่าโกรธ เราเริ่มมีสติขึ้น ก็หาทางแก้ด้วยกัน จากที่เราเคยเงียบ เราก็จะเข้าหากัน ด้วยการใช้เหตุผล หลังๆ รู้สึกว่าชีวิตคู่มันดีขึ้น”

เป็นอีกคนที่ท่องในโลกออนไลน์ อ่านนั่นนี่นู่นจากเพจต่างๆ อยู่เสมอ ซึ่งได้ข้อคิดที่แตกต่างกันออกไป เหนือสิ่งอื่นใด คือเจ้าตัวต้องกลั่นกรองเป็น และเลือกนำมาปรับใช้กับตัวเองได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์และตัวตน

“อ่านเยอะค่ะ บางเพจก็จะแนวธรรมะจ๋าเลย บางอย่างมันก็จะเข้าถึงยากเหมือนกัน แต่ด้วยคำพูดหรือข้อความที่พี่เอ็ดสื่อออกมามันเป็นอะไรที่เข้าใจง่ายมากกว่า ก็เลยชอบอ่านเพจของพี่เอ็ด

จริงแล้วพลังของการบอกต่อสำคัญ สื่อโซเชียลมันบอกต่อได้เร็ว แค่แชร์ก็ส่งต่อกันได้จำนวนมาก มันสามารถสร้างการรับรู้ได้กว้างแล้ว แต่ถ้าเราได้เอาไปใช้จริงแล้วมีคนเห็นการเปลี่ยนแปลงจากตัวเรา หรืออารมณ์เราที่แสดงออกมันเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น นั่นคือการสื่อสารด้วยการบอกต่อได้ดีที่สุด

สังคมการทำงานทำให้เราต้องตั้งใจทำงานจนบางครั้งลืมตัวเอง หันมาลองศึกษาธรรมะ ใส่ใจเวลาที่อยู่ตรงหน้ามากขึ้น การรวมบทความพี่เอ็ดเป็นหนังสือ ทำให้เราอยากอ่านเมื่อไหร่ก็อ่านได้ และมันดูมีคุณค่ามากขึ้นเมื่อเป็นรูปเล่ม”

“เอ็ดดี้-พิทยากร ลีลาภัทร์” เจ้าของผลงาน “บางทีเราก็ลืมไปว่า...” กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการเขียนจากคำคมของคนดังระดับโลก การรวบรวมบทความจากในเพจเป็นหนังสือ จะช่วยขยายกลุ่มผู้อ่านได้อีกกลุ่มหนึ่ง และเป็นหนังสือที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ คนวัยทำงาน ไปจนถึงคนวัยเกษียณ ซึ่งบางบทบางตอนอ่านแล้วอาจชวนให้ฉุกคิดได้ไม่มากก็น้อย

“ชื่อหนังสือเล่มนี้มาจากความรู้สึก ที่เวลาเราอ่านความคิดของคนเขียน เรากลับมาคิดได้ว่าบางทีเราก็ลืมคิดอย่างที่เขาเขียน หากใครได้อ่านหนังสือของผม ขอแนะนำว่าต้องเปิดใจก่อนที่จะรับแนวคิดใหม่ๆ ผมเชื่อว่าจะทำให้ทุกท่านพบกับวิธีที่จะทำให้มีความสุข ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมดีใจมากที่มีแฟนเพจอ่านแล้วนำไปต่อยอดในการใช้ในชีวิต”

หนังสือ “บางทีเราก็ลืมไปว่า...” อยู่ในหมวดจิตวิทยาพัฒนาตนเอง จากคำคมของคนดังระดับโลกและข้อความสั้นๆ ที่โดนใจผู้เขียน นำมาสู่บทความอ่านง่าย สร้างแรงบันดาลใจ ต่อยอดความคิด พร้อมให้บทเรียนในชีวิต ชวนมองโลกตามเป็นจริง และชวนให้คุณฉุกคิดว่า บางทีเราก็ลืมคิดไปว่า...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท