
ระดมสมองธุรกิจประกัน
คปภ.เปิดเวที CEO Insurance Forum 2019
คปภ.เปิดเวที CEO Insurance Forum 2019 ระดมสมองอุตสาหกรรมประกันภัย ร่วมสร้างมาตรการเชิงรุก ยกระดับประกันสุขภาพของไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน
สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า การประชุมผู้บริหารระดับสูงด้านการประกันภัยได้มีการจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 ซึ่งปีนี้จัดในวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อใช้เป็นเวทีในการสื่อสารทิศทางและนโยบายในการพัฒนาธุรกิจประกันภัยไทย รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์
โดยในปีนี้กำหนด Theme ของการประชุม คือ “ยกระดับประกันสุขภาพสู่อนาคตที่ยั่งยืน” และมีการแบ่งกลุ่มย่อยออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มย่อยที่ 1 หัวข้อ “ยกระดับการกำกับประกันสุขภาพสู่อนาคตที่ยั่งยืน” และกลุ่มที่ 2 หัวข้อ “กรอบแนวทางการดำเนินการในการป้องปรามการฉ้อฉลในการประกันภัยสุขภาพ”
เลขาธิการ คปภ. ได้ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ทิศทางและนโยบายในการส่งเสริมอุตสาหกรรมประกันภัย ประจำปี 2562” โดยปีนี้ คปภ.กำหนดให้เป็นปีแห่ง “การพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมประกันภัยให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลง” ควบคู่กับ “การกำกับและตรวจสอบอย่างสมดุลโดยไม่เพิ่มภาระให้กับผู้ประกอบการ” โดยนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ผ่านแนวคิด 7 ส. ประกอบด้วย
1.ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการกำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันภัย อาทิ ขยายขอบเขต Insurance Regulatory Sandbox พัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางด้านการประกันภัย (IBS)จัดทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัย พัฒนาแอพพลิเคชั่น “Me Claim” และพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัย
2.ส่งเสริมการลงทุนและขยายธุรกิจในต่างประเทศ เช่น ปรับปรุงประกาศลงทุนเพื่อสร้างโอกาสสำหรับธุรกิจประกันภัยไทย จัดทำแผนงาน ASEAN Micro Insurance Product เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยมาตรฐานในภูมิภาคอาเซียนภายใต้เงื่อนไขและเบี้ยประกันภัยเดียวกัน และผลักดันประเทศไทยให้เป็น Reinsurance Hub เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านการประกันภัยต่อในภูมิภาคอาเซียน
3.ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมประกันภัยมีเสถียรภาพ ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน ซึ่งรวมถึงการพัฒนาระบบขอรับความเห็นชอบกรมธรรม์ประกันภัยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (I-SERFF) ปรับปรุงกระบวนการเห็นชอบกรมธรรม์ประกันภัยให้รวดเร็วยิ่งขึ้นสร้างแบบจำลองการประเมินความเสี่ยงด้านมหันตภัยต่อธุรกิจประกันวินาศภัย ออกแนวปฏิบัติการกำกับตัวแทน/นายหน้าประกันชีวิต และจัดระบบเข้าตรวจสอบแบบ Proactive ซึ่งประกอบด้วยแนวทาง “ติดตาม เท่าทัน ป้องกันและรับมือ”
4.ส่งเสริมและเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจประกันภัยพร้อมรับกติกาสากล ด้วยการบังคับใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 เรื่อง สัญญาประกันภัย (IFRF) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปี 2565 และดำเนินการปรับปรุงแก้ไขตามข้อแนะนำจากการประเมิน FSAP เช่น ขยายกรอบการกำกับดูแลเรื่องแนวปฏิบัติทางธุรกิจของบริษัทประกันภัยและคนกลางประกันภัย
5.ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยแบบใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ที่รองรับสังคมผู้สูงอายุ ผลิตภัณฑ์พืชผลทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ประกันภัยประมง และกรมธรรม์ประกันภัยรายย่อย
6.ส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านกฎหมาย โดยเริ่มจากการผลักดันกระบวนการออกกฎหมาย ได้แก่ ร่างกฎหมายแม่บทกลุ่มที่ 2 ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงของบริษัทประกันภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ศึกษาแนวทางพัฒนากฎหมายสำหรับการประกันภัยทางการเกษตร ปศุสัตว์ และประมงที่เหมาะสมกับไทย ตลอดจนศึกษาแนวทางการจัดทำกฎหมายเกี่ยวกับการประกันสุขภาพเพื่อยกระดับการประกันสุขภาพให้มีประสิทธิภาพ และมีมาตรฐานเดียวกัน
รวมทั้งจะให้ความสำคัญกับเรื่องของ Regulatory Guillotine เพื่อทบทวนความเหมาะสมของกฎหมายประกันภัยที่ใช้ในการกำกับดูแล โดยทบทวนความเหมาะสมของกฎหมายที่ใช้ในการกำกับดูแลทั้งหมด 361 ฉบับ และดำเนินโครงการศึกษา Regulatory Impact Assessment เพื่อวิเคราะห์ต้นทุน อุปสรรค และประสิทธิภาพของกฎระเบียบในปัจจุบันเพื่อปรับแนวคิดในการกำกับดูแลและเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้สอดรับกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป
นอกจากนี้ จะมีการศึกษาสภาพแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของสำนักงาน คปภ. และธุรกิจประกันภัยไทยในระยะ 10 ปี เพื่อให้ได้ข้อมูลจัดทำแผนพัฒนาการประกันภัยฉบับที่ 4 ซึ่งจะเป็นแผนแม่บทในการกำหนดแนวทางการพัฒนาธุรกิจประกันภัยที่ตอบโจทย์ ปัจจัยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป
7.สุขภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำนักงาน คปภ. มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันเป็นอย่างมากเพื่อยกระดับการประกันสุขภาพของไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยกำหนดเป็น 5 มิติ กล่าวคือ
มิติที่ 1 ปรับปรุงสัญญาประกันสุขภาพให้สอดคล้องกับวิทยาการทางการแพทย์ และตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
มิติที่ 2 พัฒนาปรับปรุงอัตราเบี้ยประกันภัยให้มีความยืดหยุ่น สะท้อนตามต้นทุนและเปิดเผยข้อมูลของผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพแก่ประชาชน
มิติที่ 3 กำหนดให้ภาคธุรกิจมีรูปแบบการเก็บข้อมูลสถิติที่สอดคล้องกับรายการความคุ้มครองที่ปรับปรุงใหม่เพื่อให้ภาคธุรกิจประกันภัยมีสถิติในการคำนวณอัตราเบี้ยประกันสุขภาพอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมกับประชาชน
มิติที่ 4 จัดทำคู่มือแนวปฏิบัติเกี่ยวกับสัญญาประกันสุขภาพที่ปรับปรุงใหม่ เพื่อลดปัญหาเรื่องร้องเรียนและการชดใช้ค่าสินไหมที่เกิดจากการรับประกันสุขภาพ
มิติที่ 5 ศึกษาแนวทางการจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวกับแนวทางการประกันสุขภาพ เพื่อเป็นแนวทางป้องปราบไม่ให้เกิดการกระทำที่เป็นการฉ้อฉล รวมถึงกำหนดแนวทางในการดำเนินการหากมีการกระทำที่เป็นการฉ้อฉลในการประกันสุขภาพ







