
กรมชลฯรับมือน้ำทะเลหนุน
กรมชลฯ วางมาตรการ รับมือน้ำทะเลหนุน 7-9 พ.ย.
กรมชลฯ วางมาตรการ รับมือน้ำทะเลหนุน 7-9 พ.ย.
นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้เตรียมเฝ้าระวังน้ำทะเลที่จะกลับมาหนุนอีกครั้งในวันที่ 7-9 พ.ย. ที่จะส่งผลกระทบกับพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่น้ำยังท่วมขัง ตั้งแต่จ.พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานีและกรุงเทพฯ โดยจะคุมการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาให้ต่ำกว่า 3,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย. โดยขณะนี้ เขื่อนเจ้าพระยายังระบายอยู่ที่ 3,171 ลบ.ม.ต่อวินาที และ ลดการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ให้ เหลือเพียง 100 ลบ.ม. ต่อวินาที เปิดรับน้ำผ่านประตูระบายน้ำมโนรมย์ เข้าคลองชัยนาท-ป่าสักในอัตรา 150 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อลดปริมาณน้ำเหนือ ผันน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์ ในอัตรา 200 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อนำน้ำออกทางคลองชายทะเลและทางแม่น้ำบางปะกง และควบคุมการระบายน้ำท้ายเขื่อนพระรามหกไม่ให้เกิน 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งหากดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวแล้วก็จะทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยาไม่เกิน 3,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งเป็นปริมาณน้ำ ที่กทม.จะปลอดภัย และหากผ่านช่วงวันที่ 7-9 พ.ย. แล้วน้ำทะเลจะมีอัตราการลงลึก ทำให้การระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยารวดเร็วขึ้น
สำหรับในทุ่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง กรมชลประทาน ได้สูบและระบายน้ำลงสู่แม่น้ำนครนายก ประมาณวันละ 1.08 ล้านลบ.ม. สูบและระบายลงแม่น้ำบางปะกง ประมาณวันละ 1.78 ล้านลบ.ม. สูบและระบายลงอ่าวไทยรวมประมาณวันละ 11.61 ล้านลบ.ม นอกจากนี้ กรมชลประทาน ได้ระบายน้ำเหนือผ่านประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ จ.สมุทรปราการ ในอัตราประมาณวันละ 45 ล้านลบ.ม.
ส่วนผลการตรวจวัดระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงสุด วันนี้ (6 พ.ย.) มีดังนี้ สถานี C.4 สะพานพุทธฯ 1.98 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 0.52 ม. (ตลิ่ง 2.50 ม.รทก.) เวลา 07.30 น., สถานี C.12 กรมชลประทาน สามเสน วัดได้ 2.15 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 0.85 ม. (ตลิ่ง 3.00 ม.รทก.) เวลา 07.45 น. และสถานี C.22A ปากเกร็ด วัดได้ 2.43 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 0.03 ม.(ตลิ่ง 2.46 ม.รทก.) เวลา 08.30 น.







