posttoday
ชงต่อภาษี"แอลทีเอฟ"

ชงต่อภาษี"แอลทีเอฟ"

27 มีนาคม 2562

สมาคม บลจ.เตรียมชงรัฐบาลใหม่ต่ออายุภาษีกองทุน LTF อ้างเป็นเครื่องมือให้ประชาชนเข้าถึงระบบการออม-ลงทุน ด้าน "อภิศักดิ์" ลั่นควรจบได้แล้ว

สมาคม บลจ.เตรียมชงรัฐบาลใหม่ต่ออายุภาษีกองทุน LTF อ้างเป็นเครื่องมือให้ประชาชนเข้าถึงระบบการออม-ลงทุน ด้าน "อภิศักดิ์" ลั่นควรจบได้แล้ว

นายวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย ในฐานะนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (สมาคม บลจ.) เปิดเผยว่า สมาคมมีแผนเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณาเรื่องการต่ออายุสิทธิประโยชน์สำหรับการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ซึ่งจะสิ้นสุดในสิ้นปี 2562

ทั้งนี้ เนื่องจากได้พิสูจน์แล้วว่า ที่ผ่านมากองทุนลดหย่อนภาษีทั้งสองประเภท คือ กองทุน LTF และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เป็นกองทุนที่สามารถดึงคนเข้ามาในระบบการออมได้ผลดีที่สุด ดังนั้นจึงเชื่อว่าหากต่ออายุ LTF ต่อไป ก็จะเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่จะดึงเงินเข้ามาในระบบได้เหมือนในอดีตที่ผ่านมา ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลใหม่เห็นความสำคัญต่อประเด็นนี้

"หากมีความชัดเจนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้ว สมาคม บลจ.ก็พร้อมที่จะเข้าไปหารือกับรัฐบาลทันที เพื่อสานต่อ กองทุน LTF และอยากให้ทุกคนมองกองทุนนี้ในหลายมิติ ไม่ใช่มองว่า เป็นการเอื้อประโยชน์ให้เฉพาะคนรวย หรือกลุ่มคนรายได้สูงเพียงมิติเดียว เพราะอีกมิติของกองทุน LTF ก็สนับสนุนระบบการออมได้เช่นกัน" นายวศิน กล่าว

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า จะไม่มีการเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเรื่องการต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษีกองทุน LTF เรื่องนี้ขอยกให้รัฐบาลใหม่พิจารณา ตามหลักการกองทุน LTF ควรจะจบ แต่จะมีการปรับปรุงให้เป็นอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

"การใช้ภาษีมาอุ้มตลาดทุนเราอุ้ม มานานแล้ว ตอนนี้ตลาดทุนมีมูลค่าใหญ่กว่าจีดีพีไปแล้ว ตลาดหุ้นต้องพัฒนา ตัวเอง เราพูดเรื่องเหลื่อมล้ำก็ควรเลิกแอลทีเอฟ แต่กองทุนอาร์เอ็มเอฟเป็น การส่งเสริมการออมของประชาชน อันนี้ควรจะต้องมีอยู่" นายอภิศักดิ์ กล่าว

นายลิม ชอง บุน เดนนิส กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี กล่าวว่า จากความเห็นของสายบริหารกองทุนมอง ปัจจัยสนับสนุนการลงทุน ได้แก่ การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ระดับ 1.75% ซึ่งเป็นระดับที่ผ่อนคลาย เอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ด้านการเมืองในประเทศมีความชัดเจนมากขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง จะส่งผลบวกต่อเนื่องมายังความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจและนักลงทุนต่างชาติ อีกทั้งประเด็นที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และยุติการปรับลดงบดุล มีแนวโน้มที่เงินดอลลาร์สหรัฐจะอ่อนค่า และเงินบาทจะกลับมาแข็งค่า ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ไหลเข้ามา

ด้านปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่อาจส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และประเด็นเรื่องการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) ที่อาจส่งผล กระทบช่วงสั้นต่อตลาด รวมถึงเสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศ หากเกิดรัฐบาลผสมขึ้น

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ