
พระเจดีย์ธรรมสิงหบุราจริยานุสรณ์
ธรรมะหลังข่าววันนี้ ขอนำเสนชีวิตหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม
ธรรมะหลังข่าววันนี้ ขอนำเสนชีวิตหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม หรือพระธรรมสิงหบุราจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ท่านมรณภาพ ณ โรงพยาบาลศิริราช วันที่ 25 ม.ค. 2559 สิริอายุ 87 ปี แต่เกียรติภูมิของท่านยังอยู่ในความทรงจำชาวพุทธและลูกศิษย์เสมอ คณะศิษย์สร้างพระเจดีย์ตามคำปรารภของหลวงพ่อที่เคยพูดคุยกับพระครูวินัยธรวรพงษ์ (เลขาฯ) ตั้งแต่ปี 2551 และได้มีการร่างแบบและกำหนดสถานที่ก่อสร้างเจดีย์ โดยผ่านความเห็นชอบจากหลวงพ่อมาแล้ว ที่ผ่านมายังไม่ดำเนินการต่อเพราะยังไม่ถึงเวลา
แต่บัดนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมแล้ว จึงได้ดำเนินการจากเจตนารมณ์ของหลวงพ่อเป็นสิ่งสุดท้ายที่ท่านปรารภไว้ว่าจะต้องทำให้สำเร็จ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน ฝากไว้ให้อนุชนคนรุ่นหลังสืบต่อไป
“ลักษณะของพระเจดีย์ฯ”
ชั้น 1 หรือชั้นล่าง เป็นห้องโถงกว้างใหญ่ที่พระภิกษุสงฆ์และพุทธบริษัทสามารถใช้ปฏิบัติศาสนกิจต่างๆ ชั้นที่ 2 เพื่อบรรจุพระสรีรสังขารรวมทั้งอัฐบริขารต่างๆ ของหลวงพ่อ ส่วนชั้น 3 หรือชั้นบนสุด เพื่อสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นอกจากนั้นที่ฐานโดยรอบชั้นล่างของพระเจดีย์ยังสามารถใช้เพื่อการเวียนเทียนประทักษิณ ท่านที่ต้องการมีส่วนร่วมสร้างพระเจดีย์ ติดต่อบริจาคได้ที่
ชื่อบัญชี “วัดอัมพวัน เพื่อสร้างเจดีย์”
ธนาคารกสิกรไทย สาขาเทสโก้ โลตัส อินทร์บุรี
เลขที่บัญชี 009-1-72315-8
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.062-306-1831
ผมเคยสัมภาษณ์ หลวงพ่อจรัญ ที่วัดอัมพวัน เมื่อ 6-7 ปีมาแล้ว เมื่อผมติดตามพระเทพวิสุทธิโมลี (อุทัย ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดพระพิเรนทร์ รองเจ้าคณะภาค 3 (มรณภาพแล้ว) ไปตรวจการคณะสงฆ์ภาค 3 เมื่อผมกราบหลวงพ่อแล้ว ยังไม่ทันตั้งคำถาม หลวงพ่อเล่าให้ฟังอย่างละเอียด เหมือนอ่านใจผมออก พูดตรงไปตรงมาก็คือหลวงพ่ออ่านใจคนออกนะครับ
ข้อความต่อจากนี้เป็นเพียงบางส่วนที่ผมสัมภาษณ์
หลวงพ่อเล่าว่าคนเข้าวัดปฏิบัติธรรมเป็นจำนวนมากทุกวัน วัดต้องจ่ายค่าอาหารวันละ 3 หมื่นบาท เพื่อเลี้ยงเขาเหล่านั้น โดยวัดไม่ได้เรียกเงินเรียกทอง จะทำบุญเท่าไรก็ได้ แล้วแต่ศรัทธา บางคนไม่ได้เตรียมชุดขาวมาทางวัดก็มีให้ยืม นอกจากนี้ในช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดหลายวัน จะมีชาวพุทธมากันเป็น 1,000 คน ถ้ามามากกว่านี้รับไม่ได้เพราะไม่มีที่นอน
ศิษย์หลายอาจารย์
ส่วนการร่ำเรียนวิชาต่างๆ ของหลวงพ่อจรัญนั้นท่านเล่าว่า เคยไปเรียนกับหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ จ.นครสวรรค์ หลวงพ่อจาด จ.ปราจีนบุรี อีกทั้งเคยไปอยู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ในปี 2493 ตอนที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ยังเป็นพระมหาช่วง เพื่อเรียนวิชาธรรมกายกับหลวงพ่อสด
ในปี 2498 ไปอยู่ที่วัดมหาธาตุ 1 เดือน เรียนวิปัสสนากับเจ้าคุณธรรมธีรราชมหามุนี (เจ้าคุณโชดก) ตอนนั้นพระพิมลธรรม (อาจ) เป็นอธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุ เมื่อหลวงพ่อเปิดอบรมวิปัสสนากรรมฐานที่วัดอัมพวันในปี 2501 เจ้าคุณพระพิมลธรรม เป็นผู้มาทำพิธีเปิด โดยมีพระสงฆ์มาร่วมพิธีประมาณ 500 รูป
ส่วนรายละเอียดต่างๆ นั้น ไม่สามารถนำมาพิมพ์ได้เพราะพื้นที่สัมปทานหมดแล้วครับ นอกจากสรุปว่าการที่หลวงพ่อเป็นพระที่จริงจัง ทำอะไรไม่ท้อถอย สำนักปฏิบัติธรรมของท่านจึงรุ่งเรืองเป็นที่ฝึกอบรมทั้งคนไทยและต่างประเทศมาเป็นเวลาช้านาน จนกระทั่งชาวพุทธเมื่อนึกถึงสำนักปฏิบัติธรรม ต้องนึงถึงสำนักวัดอัมพวันเป็นอันดับแรก







