
กองทุน-ต่างชาติตุนหุ้น
หุ้นไทยปิดพุ่ง เก็งเงินนอกไหลเข้า
หุ้นไทยปิดพุ่ง เก็งเงินนอกไหลเข้า หลังเลือกตั้ง หวังฟอร์มรัฐบาลไร้ปัญหาสัปดาห์หน้าลุ้นขึ้นต่อ
ตลาดหุ้นไทยวันที่ 22 มี.ค. ซึ่งเป็นโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.นี้ ดัชนีปรับตัวขึ้นแรง โดยปิดที่ระดับ 1,646.29 จุด เพิ่มขึ้น 12.29 จุด (+0.75%) มูลค่าการซื้อขาย 46,485.93 ล้านบาท
สำหรับการซื้อขายหุ้นของนักลงทุนรายกลุ่ม พบว่าสถาบันในประเทศซื้อ 3,238.17 ล้านบาท ต่างชาติซื้อ 2,291.81 ล้านบาท รวม 2 กลุ่ม ซื้อสุทธิ 5,529.98 ล้านบาท ขณะที่รายย่อยขาย 4,969.40 ล้านบาท พอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ขาย 560.57 ล้านบาท
นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นเป็นการซื้อเก็งกำไรก่อนผลการเลือกตั้งจะออกมา คาดหวังในเชิงบวกจากการฟอร์มทีมรัฐบาลได้ด้วยเสียงข้างมากที่มีเสถียรภาพ
นอกจากนี้ ปัจจัยนอกประเทศคลี่คลายในหลายประเด็น เช่น ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็ไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้แล้ว จึงมีแนวโน้มที่เงินดอลลาร์สหรัฐจะอ่อนค่า และเงินบาทจะกลับมาแข็งค่า หนุนเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ไหลเข้า เพียงแต่รอผลการเลือกตั้งออกมาชัดเจนคาดว่าฟันด์โฟลว์อาจจะไหลเข้า
สำหรับเรื่องการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) ทางสหภาพยุโรป (อียู) ได้ยืดระยะเวลาเบร็กซิตออกไปเป็นวันที่ 12 เม.ย.แล้ว แต่ก็มีข้อแม้ว่านางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จะต้องยื่นข้อตกลงให้รัฐสภาอังกฤษพิจารณา และจะต้องผ่านไปให้ได้ด้วย ซึ่งทำให้เห็นความยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้คลายความกังวลลงไปได้บ้าง
“จากการที่นักลงทุนมีความคาดหวังว่านักลงทุนต่างชาติจะกลับมาซื้อ จึงได้เข้ามาเล่นเก็งกำไรหุ้นขนาดใหญ่ที่ขึ้นนำตลาด โดยเฉพาะหุ้นที่มองว่าเป็นเป้าหมายของต่างชาติ” นายกิติชาญ กล่าว
พร้อมระบุถึงแนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้าว่า หุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้น เนื่องจากทางเทคนิคดัชนีทะลุแนว 1,640 จุดขึ้นไปได้ ทำให้ตลาดเป็นขาขึ้น และมีแนวต้านถัดไปที่ 1,660 จุด ส่วนแนวรับให้ไว้ที่ 1,640-1,620 จุด
ขณะที่สัปดาห์หน้าให้ติดตามผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และการฟอร์มรัฐบาล รวมถึงการทำวินโดว์เดรสซิ่ง หรือการซื้อหุ้นของนักลงทุนสถาบัน ก่อนที่จะปิดงบไตรมาสแรก ส่วนปัจจัยนอกประเทศให้ติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ในวันที่ 27 มี.ค. ว่าจะยังมีขึ้นหรือไม่ และจะบรรลุข้อตกลงกันได้หรือไม่ ส่วนวันที่ 29 มี.ค. ติดตามเรื่องเบร็กซิต
ด้าน บล.กสิกรไทย คาดการณ์สัปดาห์ถัดไป (25-29 มี.ค.) ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,640 และ 1,625 จุด ให้แนวต้าน 1,660 และ 1,675 จุด ตามลำดับ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการเลือกตั้งในประเทศ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดระดับสูง







