
ชะลอ 3 จี ฉุดประเทศเสีย 2 แสนล้าน
ม.หอการค้าชี้ 3 จี ช่วยลดต้นทุนภาคขนส่งได้กว่าแสนล้าน ใน 3 ปี จี้รัฐเยียวยาไทยล้าหลังและเสียโอกาส
ม.หอการค้าชี้ 3 จี ช่วยลดต้นทุนภาคขนส่งได้กว่าแสนล้าน ใน 3 ปี จี้รัฐเยียวยาไทยล้าหลังและเสียโอกาส
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวระหว่างงานสัมนา “วิกฤต 3 จี จุดเปลี่ยนธุรกิจไทย” ว่า มูลค่าการลงทุนที่สูญเสียไปจากการหยุดประมูลใบอนุญาต หรือ ไลเซ่นส์ 3 จี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1-2 แสนล้านบาท ซึ่งหากเกิดเทคโนโลยี 3 จี จะมีส่วนช่วยในการลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการในประเทศอย่างมากโดยเฉพาะภาคการขนส่ง หรือ โลจิสติกส์ ได้ราว 0.5-1% หรือประมาณ 1 แสนล้านบาทภายใน 2 ปี
ทั้งนี้ เพราะ 3 จี จะก่อให้เกิดการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเข้ามาช่วยการบริหารจัดการภาคการขนส่งได้ดีขึ้น จากปัจจุบันที่คิดเป็นต้นทุนสูงถึง 19% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพี ดังนั้น สิ่งจำเป็นอย่างมากเวลานี้ คือ รัฐบาลจะเยียวยาปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ได้อย่างไร ต่อไป และมีหนทางใดบ้างที่จะเร่งผลักดันให้บริการ 3 จีนี้เกิดขึ้นโดยเร็ว หลังจากที่ประเทศไทยต้องสูญเสียโอกาสทางการแข่งขันจากการชะลอ 3 จี
นอกจากนี้ การเปิดให้บริการ 3 จี จะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศ โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมันในการเข้ามาลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติของภาคอุตสาหกรรมไอซีที จากเวลานี้มีมูลค่าประมาณ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติโดยรวมต่อปีที่ 9,000-1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ให้เพิ่มมากขึ้นด้วย
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ยังระบุด้วยว่าไอซีที เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ที่จะมีส่วนช่วยอย่างมากต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันต่อไป
ด้านพ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. กล่าวว่า ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การเปิดให้บริการ 3 จี ในมาเลเซีย ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ บรอดแบนด์ของประชาชน ที่มากกว่าประเทศไทยอยู่แล้ว 4 เท่า เพิ่มเป็น 17 เท่าตัว ดังนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นสำหรับประเทศไทยเวลานี้ คือ ทำอย่างไรโครงข่ายที่สำคัญจะเข้าถึงประชาชนได้
ทั้งนี้ โครงข่ายที่สำคัญประกอบด้วย การเชื่อมต่อระดับท้องถิ่น โครงข่ายหลัก และโครงข่ายระหว่างประเทศ ซึ่งการผลักดันนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติของรัฐบาลเวลานี้ ไม่อาจปฏิเสธโครงข่ายทั้งหมดนี้ได้ และบริการ 3 จี ถือป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างการเข้าถึงบรอดแบนด์ของประชาชนได้เป็นอย่างดี สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้ 80-90% ใน 2ปี
นอกจากนี้ ผลการศึกษายังพบว่าหากมี3จี จะช่วยให้รัฐบาลประหยัดเงินลงทุนด้านบรอดแบนด์เหลือ1.8-2.5 แสนล้านบาทเท่านั้น เทียบกับการที่ต้องทุ่มเม็ดเงินลงทุนเทคโนโลยีโทรคมนาคมความเร็วสูง หรือ ไฟเบอร์ทูเดอะโฮม ทั่วประเทศ ที่ต้องใช้ถึง 6-8 แสนล้านบาท
รวมทั้ง ยังจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายภาครัฐ จากการให้สัมปทานสู่ใบอนุญาต ที่สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม กำไรกลับสู่ประชาชนอย่างแท้จริง
“เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ คือประชาชนต้องเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ ดังนั้นหน่วยงานรัฐไม่จำเป็นต้องแสวงหารายได้ การเปลี่ยนจากระบบสัมทานเป็นใบอนุญาต โดยที่เงินค่าธรรมเนียมที่จัดเก็บกลับมาที่ประชาชน เราก็จะไม่ได้เห็นเอไอเอส จ่ายเงินปันผลแบบ 100%อีกแล้ว” พ.อ.นที กล่าว







