
สรรพากรเร่งคลอดกม.ลูกอีเพย์เมนต์
สรรพากรเร่งออก กม.ลูกอี-เพย์เมนต์ เริ่มให้สถาบันการเงินส่งรายงานการโอนเงินของลูกค้าปีหน้า
สรรพากรเร่งออก กม.ลูกอี-เพย์เมนต์ เริ่มให้สถาบันการเงินส่งรายงานการโอนเงินของลูกค้าปีหน้า
นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า พ.ร.บ.อี-เพย์เมนต์ ประกาศลงราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้แล้ว หลังจากนี้กรมสรรพากรจะออกกฎหมายลูกภายใน 180 วัน มีสาระสำคัญ 3 ประเด็น คือ
1.ผู้เสียภาษีที่ยื่นเสียภาษีผ่านสถาบันการเงิน ทางสถาบันการเงินก็ส่งต่อให้กรมสรรพากร ทำให้ผู้เสียภาษีไม่ต้องยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษี เพราะถือว่าข้อมูลที่สถาบันการเงินส่งเป็นการยื่นแบบแสดงรายการแล้ว
2.ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เดิมใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ธุรกรรม กฎหมายเขียนไว้ในประมวลรัษฎากร ไม่ต้องส่งใบภาษีเป็นกระดาษอีกต่อไป ในกรณีของภาษีมูลค่าเพิ่มที่มีการซื้อมาขายไป
และ 3.การรายงานข้อมูลพิเศษ การรับเงินเกิน 3,000 ครั้ง หรือไม่เกิน 400 ครั้ง/ปี และเกิน 2 ล้านบาท สถาบันการเงินต้องรายงานให้กรมสรรพากรรับทราบหากไม่ถึง โดยกฎหมายให้เริ่มรายงานปี 2563 ซึ่งเป็นข้อมูลธุรกรรมการเงินของปี 2562 ในทุกเดือน มี.ค.ของทุกปี
“การรายงานข้อมูลสถาบันการเงินคิดเป็นต่อธนาคารเท่านั้น ไม่ได้รวมต่างแบงก์โดยต้องรายงานการรับเงินของทั้งบุคคล นิติบุคคล ไทยและต่างชาติทั้งหมด เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บภาษี” นายปิ่นสาย







