posttoday
ยอดใช้สิทธิการค้าหด

ยอดใช้สิทธิการค้าหด

16 มีนาคม 2562

ส่งออกเดือน ม.ค.ติดลบ ทำยอดใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าลดลง 2.08%

ส่งออกเดือน ม.ค.ติดลบ ทำยอดใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าลดลง 2.08% มูลค่า 5,734 ล้านดอลลาร์

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) และภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (จีเอสพี) เดือน ม.ค. 2562 มีมูลค่ารวม 5,734 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 2.08% คิดเป็นอัตราการใช้สิทธิประโยชน์ 74.60% แบ่งเป็นมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้เอฟทีเอ 5,323 ล้านดอลลาร์ ลดลง 2.82% และภายใต้จีเอสพี 411 ล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้น 8.62% โดยการใช้สิทธิประโยชน์ที่ลดลงเป็นไปในทิศทางเดียวกับการส่งออกของไทยในเดือน ม.ค. ลดลง 5.65% เพราะได้รับผลกระทบมาจากสงครามการค้า การผันผวนของค่าเงินในตลาดโลก และการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินของหลายประเทศ

ทั้งนี้ หากดูเฉพาะการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้เอฟทีเอกับ 12 ประเทศ พบว่า ตลาดที่มีการใช้สิทธิสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อาเซียน มูลค่า 2,052 ล้านดอลลาร์ รองลงมา คือ จีน มูลค่า 1,243 ล้านดอลลาร์ ญี่ปุ่น มูลค่า 705 ล้านดอลลาร์ ออสเตรเลีย มูลค่า 642 ล้านดอลลาร์ และอินเดีย มูลค่า 355 ล้านดอลลาร์ส่วนตลาดที่มูลค่าการใช้สิทธิสูงสุด คือ เปรู เพิ่ม 90.43% เกาหลี เพิ่ม 18.88% และอินเดีย เพิ่ม 12.66%

สำหรับการใช้สิทธิจีเอสพีที่ไทยได้จาก 5 ประเทศ ประกอบด้วย สหรัฐ สวิตเซอร์แลนด์ รัสเซียและเครือรัฐเอกราช นอร์เวย์ และญี่ปุ่น เดือน ม.ค. 2562 ที่มีมูลค่า 411 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 8.62% หรือมีสัดส่วนการใช้สิทธิ 55.86% เป็นการใช้สิทธิภายใต้ระบบจีเอสพีสหรัฐ สูงสุด 96% ของมูลค่าการใช้สิทธิจีเอสพีมีมูลค่า 396.59 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 8.45% หรือมีสัดส่วน 64.24% ของมูลค่าการส่งออกที่ได้รับสิทธิจีเอสพี ซึ่งมีมูลค่า 617 ล้านดอลลาร์ โดยสินค้าที่มีมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบจีเอสพีสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศ ถุงมือยาง อาหารปรุงแต่ง เครื่องดื่มอื่นๆ และเลนส์แว่นตา

“ในเดือน ม.ค.แม้ว่ายอดการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าจะลดลง แต่ก็เป็นเพียงเดือนเดียวยังไม่ชัดเจน ต้องติดตามสถานการณ์อีกระยะ โดยทั้งปี 2562 กรมยังคงเป้าหมายอัตราการขยายตัวมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ที่มูลค่า 8.10 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 9% โดยมีปัจจัยจากจากการส่งออกของไทยที่มีแนวโน้มการขยายตัวไปในตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ และการพัฒนาระบบการให้บริการของกรม เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งนโยบายของภาครัฐที่คาดว่าจะมีการออกมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยสนับสนุนภาคการส่งออกของไทยให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย” นายอดุลย์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ