posttoday
ความทรงจำที่มีต่อ ‘อาจินต์ ปัญจพรรค์’

ความทรงจำที่มีต่อ ‘อาจินต์ ปัญจพรรค์’

16 มีนาคม 2562

“...ในวงการเขาถือว่าลุงอาจินต์เป็น ‘บรรณาธิการแห่งบรรณาธิการ’...”

“...ในวงการเขาถือว่าลุงอาจินต์เป็น ‘บรรณาธิการแห่งบรรณาธิการ’...”

ประโยคแรกที่ผมได้ยินชื่อของอาจินต์ ปัญจพรรค์ หลุดจากปากพ่อ เมื่อครั้งยังเด็กแรกรู้ความเริ่มอ่านหนังสือเป็น ผมก็จดจำประโยคนั้นเอาไว้แม่น ด้วยฝันว่าวันหนึ่งจะโตขึ้นเป็น “บรรณาธิการ”

ยามนั้นผมตั้งใจเป็นมั่นเหมาะว่าจะยึดถืออาชีพทำหนังสือหาเลี้ยงตัว โดยไม่มีความรู้เกี่ยวกับงานด้านหนังสือหรือนิตยสารเลยสักกระผีกเดียว

รู้แต่เพียงว่าลุงอาจินต์ดูเท่ และดุดันน่ายำเกรงยิ่งนัก ขนาดพ่อผมว่าไม่ธรรมดา ยังเหมือนเป็นเด็กน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าลุงอาจินต์

นั่นนับเป็นความฝันแรกเกี่ยวกับอาชีพในอนาคต ซึ่งก็มีอาชีพหมอ ครู นักบิน ทหารตำรวจ อะไรต่อมิอะไรตามมาติดๆ ไม่ต่างจากเด็กชายทั่วไป

ความทรงจำที่มีต่อ ‘อาจินต์ ปัญจพรรค์’

แต่ในบรรดาเพื่อนทั้งหมด ที่บ้านผมมีหนังสือเยอะที่สุด เยอะทั้งนิตยสาร เยอะทั้งพ็อกเกตบุ๊ก ไทย-เทศ เพื่อนๆ ชอบมาเที่ยวบ้านผม ว่างเป็นแวะมาหา

บางคนถึงกับขอพ่อขอแม่มานอนกับผมบ่อยๆ ไม่ใช่เพราะเพื่อนรักการอ่าน แต่บ้านผมสามารถหยิบหนังสือโป๊มาดูมาอ่าน (ดูภาพ) ได้อย่างอิสระ

หนึ่งในหนังสือที่บ้าน ซึ่งผมหยิบอ่านมาตั้งแต่เด็ก ก็คือ งานเขียนของลุงอาจินต์ หรือไม่ก็รับหน้าที่บรรณาธิการ

แน่นอนว่า นักเขียนจำนวนมากมายในฟากฟ้าเมืองไทยในยุคหลัง พ.ศ. 2500 ย่อมต้องผ่าน “ตะกร้านักเขียน” ที่ลุงอาจินต์โยนต้นฉบับทิ้งมาแล้ว

ในห้วงเวลาหนึ่ง ผมเคยคิดอยากจะผ่านตะกร้านักเขียนสักครั้ง เมื่อไปถามพ่อพ่อบอกว่าวิธีเดียวที่จะเป็นนักเขียนได้ ก็คือ“เขียน” ไม่อย่างนั้นจะเป็นแค่ “นักอยากเขียน”

ส่วนเมื่อเขียนเสร็จแล้วจะได้เป็นนักเขียนสมความมุ่งมาดปรารถนาหรือไม่นั้น มันต้องแล้วแต่ บรรณาธิการ เป็นผู้พิจารณาจากผลงานต้นฉบับ

ความทรงจำที่มีต่อ ‘อาจินต์ ปัญจพรรค์’

“บรรณาธิการแห่งบรรณาธิการ” ย่อมเปรียบเสมือนสุวรรณบรรพตอันยิ่งใหญ่นัก

ลุงอาจินต์ เป็นนักเขียนที่เขียนหนังสือได้น่าอ่านทุกแนว ไม่ว่าจะเป็นบทความ เรื่องสั้น หรือเรื่องยาว มิหนำซ้ำในบทบาทบรรณาธิการก็ยังทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ

ตะกร้าข้างโต๊ะลุงอาจินต์สร้างนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ยิ่งยงในประเทศนี้มานักต่อนัก

แม้กระทั่งในวันที่โลกใบนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าตกใจ สื่อสิ่งพิมพ์ถูกโลกออนไลน์กลืนหายไป นิตยสารก็กลายเป็นอดีตอันเลือนราง เช่นเดียวกับตลาดหนังสือที่ถดถอย

ลุงอาจินต์มองการเปลี่ยนแปลงอย่างราชสีห์ผู้เปี่ยมประสบการณ์ โดยท่องไปในโลกดิจิทัลด้วยตัวอักษรตามสำบัดสำนวนเฉพาะตัว สร้างสิ่งที่เรียกกันว่า “คอนเทนต์” ให้ผู้คนได้เสพกันอยู่พักใหญ่

“... อ้ายจะมาอ่านหนังสือเล่มไหนที่บ้านลุงก็ได้ ลุงอนุญาต…”

บ่ายวันหนึ่ง ลุงอาจินต์ซึ่งนั่งเอนหลังอยู่ที่เก้าอี้หน้าบ้านย่านสุทธิสาร กล่าวกับผมที่แบกคอมพิวเตอร์ชนิดที่จอยังเขียวๆ ใช้ฟล็อบปี้ดิสก์กลับไปให้ลุงอาจินต์ เพราะช่วงนั้นคอมพ์ของลุงเสีย ผมรับอาสานำไปซ่อมจนกลับมาใช้งานได้อีก

ลุงอาจินต์เซ็นหนังสือ “เจ้าพ่อ-เจ้าเมือง”ให้ผม ด้วยประโยคสั้นๆ ที่ยังจำได้แม่นก็คือ

ความทรงจำที่มีต่อ ‘อาจินต์ ปัญจพรรค์’

“อ้ายคือ The Man หมายความว่า รับปากแล้วทำได้”

เสียดายหนังสือเล่มนั้นสูญหายไปตามกาลเวลา (ไม่ได้ตั้งใจหรือเลินเล่อ แต่มีเหตุจำเป็นต้องหาย และตามคืนไม่ได้) แต่ผมยังคงจำข้อเขียนที่ลุงอาจินต์เขียนถึงผมเอาไว้ได้

ช่วงเวลานั้นผมไปหาลุงอาจินต์บ่อยๆ แวะไปหาอย่างไม่มีเหตุผล มีทั้งไปคุยเล่น ไปคุยจริง เพราะลุงอาจินต์หยุดการเขียนหนังสือและหยุดทำงานอย่างจริงจังแล้ว

วันหนึ่งผมก็นั่งเล่าความฝันที่อยากเป็นบรรณาธิการให้ลุงฟัง ลุงยิ้มแล้วบอกอย่างโผงผางตามสไตล์ว่า

“ถ้าอ้ายเป็นบรรณาธิการ ลุงจะเป็นนักเขียน เขียนต้นฉบับส่งให้อ้ายตรวจนะ”

ผ่านวันคืนไปไม่นาน ผมได้เป็นบรรณาธิการหนังสือบันเทิง และได้ส่งหนังสือที่ผมทำไปให้ลุงอาจินต์มาโดยตลอด

กระทั่งลุงย้ายไปอยู่เมืองกาญจน์ ผมกับพ่อและลุงสะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์ ผู้ล่วงลับไปก่อน เคยขับรถท่องเที่ยวกันไปเยี่ยมลุงอาจินต์กับพี่น้อยอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน

จนกระทั่งเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ขณะที่ผมอยู่ญี่ปุ่นก็ได้ยินข่าวการเสียชีวิตของลุงอาจินต์ ทำให้ผมเองสะอึกจุกอก และใจหายอย่างยิ่ง

เมื่อวันเสาร์ที่ 9 มี.ค. 2562 ผมเดินทางไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ เพื่อกราบลาลุงอาจินต์ ผู้เป็น “บรรณาธิการแห่งบรรณาธิการ” ตลอดมา และตลอดไปครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท