posttoday
ตลาดคอมพิวเตอร์ที่ไม่หวือหวา

ตลาดคอมพิวเตอร์ที่ไม่หวือหวา

05 พฤศจิกายน 2553

ตลาดคอมพิวเตอร์ที่ไม่หวือหวา แต่ยังคงแรงสวนกระแสความคาดเดา

ตลาดคอมพิวเตอร์ที่ไม่หวือหวา แต่ยังคงแรงสวนกระแสความคาดเดา

 

ตลาดคอมพิวเตอร์ที่ไม่หวือหวา

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มีกูรูในวงการไอทีบางคนได้กล่าวว่า คอมพิวเตอร์กำลังจะหมดความนิยม ล้าสมัย และหายไปจากตลาด ด้วยการพัฒนาที่รวดเร็วของเทคโนโลยีและอุปกรณ์ในกลุ่มโมบายล์ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนและแท็บเบล็ตพีซีที่มาพร้อมเทคโนโลยี 3G ทำให้คำกล่าวนี้ดูจะน่าเชื่อถือ แต่มาถึงปัจจุบันนี้คำกล่าวนี้ดูเหมือนไม่เป็นความจริงด้วยยอดขายพีซีที่มากกว่า 1 ล้านเครื่องในแต่ละวันทั่วโลก เมื่อพอล โอเทลลินี ผู้บริหารของอินเทลได้กล่าวถึงยอดขายของพีซีที่ลดลงเมื่อปลายปีที่แล้ว ปรากฏว่าสถิติจากหลายหน่วยงานได้แสดงให้เห็นว่ายอดขายพีซีในเขตเอเชียแปซิฟิกกลับเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 5 ในช่วงปี 2552 ซึ่งสวนทางกับยอดขายสินค้าในกลุ่มรถยนต์ โทรศัพท์มือถือและโทรทัศน์ที่ลดลงในช่วงเวลาเดียวกัน

มีรายงานจากการ์ตเนอร์ที่ตอกย้ำอัตราการเติบโตที่ดีของเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี โดยได้คาดการณ์ว่าในปี 2553 ยอดจำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีในเขตเอเชียแปซิฟิกจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20.3% หรือประมาณ 114 ล้านเครื่องขึ้นไป และในปี 2553 การใช้จ่ายเพื่อซื้อคอมพิวเตอร์พีซีในภูมิภาคนี้โดยรวมคาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.4% เมื่อเปรียบเทียบกับปี2552 ที่โตเพียงแค่ร้อยละ 2.9% เท่านั้น ในขณะเดียวกันอินเทลก็ได้คาดการณ์ถึงผลกำไรและยอดขายในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าไว้ถึงระดับเลข 2 หลักและมีแนวโน้มของผลกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 55-65% โดยเป็นผลมาจากความแข็งแรงของตลาดคอมพิวเตอร์พีซี

มาถึงจุดนี้คำถามที่เกิดขึ้นคืออะไรเป็นปัจจัยทำให้คอมพิวเตอร์พีซีมีความนิยมและยอดขายที่เติบโตอีกครั้ง ในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอทำไมคอมพิวเตอร์พีซียังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่แม้ว่าเวลาจะผ่านไป และอะไรเป็นตัวขับเคลื่อนให้คนจำนวนมากซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีจำนวนมากอย่างเห็นได้ชัด?

 การสร้างและชมคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

ถ้าให้ลองคิดดูเล่นๆ ว่า คุณมีเพื่อนหรือคนรู้จักคนไหนที่ไม่ได้ใช้งาน Social Media อย่างเช่น Facebook, Twitter, LinkedIn หรือ Youtube เลยแม้แต่ตัวเดียว คุณอาจจะนึกไม่ออกเลย เพราะในยุคที่การเปิดดูและบริโภคสื่อต่างๆ ที่อยู่ในอินเทอร์เน็ตได้กลายเป็นเรื่องที่นิยมกันอย่างแพร่หลายและเว็บไซต์อันดับหนึ่งของโลกก็คงจะเป็นใครอื่นไม่ได้ถ้าไม่ใช่ Facebook  เมื่อเรามองไปยังกลุ่มของเว็บไซต์ที่ใช้หาข้อมูลคงอาจจะเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่ Youtube (เว็บไซต์ที่ใช้อัพโหลดและแบ่งปันวิดีโอคลิป) ได้กลายเป็นแหล่งหาข้อมูลที่มีความนิยมอันดับสอง มีผู้โหลดวิดีโอคลิปมากกว่า 700,000 คลิปในทุกๆ นาที ในขณะที่มีวิดีโอคลิปถูกอัพโหลดที่มีความยาวมากกว่า 24 ชั่วโมง ในทุกๆ 1 นาทีเช่นเดียวกัน

ความต้องการในการดู รับชม และสร้างสื่อเหล่านี้เป็น 3 ปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์พีซีมีการเติบโต ในแต่ละสัปดาห์ เกือบ 1 ใน 3 ของผู้ใช้งานทั่วโลกต่างเลือกที่จะใช้คอมพิวเตอร์พีซีในการสร้างสรรค์งานเพลง หรือตกแต่งรูปภาพและตัดต่อวิดีโอ ในขณะที่เกือบครึ่งใช้เครื่องคอมพิวเตอร์พีซีของพวกเขาในการเล่นเกม คนทั้ง 2 กลุ่มนี้ต้องพึ่งพาประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์พีซีอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่คอมพิวเตอร์รูปแบบใหม่ๆ อย่างเช่น แท็บเล็ต มีวางจำหน่ายอย่างแพร่หลาย แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงเชื่อมั่นในเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีที่เหนือกว่าทั้งเรื่องของประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นกว่า เพื่อให้สามารถใช้งานแอพลิเคชันหนักๆ อย่างการตกแต่งรูปภาพ ตัดต่อวิดีโอ และการสร้างอัลบั้มภาพออนไลน์ได้อย่างสะดวก จะเห็นว่ามีแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงจากคนที่เป็นผู้ชมคอนเทนต์ไปเป็นผู้สร้างคอนเทนต์

ไบรอัน มา รองประธานของ ไอดีซี ประจำภูมิภาพเอเชียแปซิฟิก ได้กล่าวว่า “ในขณะที่แท็บเล็ต กระแสแรงในวันนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่มักจะถูกมองข้ามคือขนาดของตลาดสำหรับกลุ่มแท็บเล็ต ที่ยังคงมีขนาดที่เล็กกว่ามากเมื่อเทียบกับตลาดคอมพิวเตอร์พีซี โดยในแถบเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมถึงญี่ปุ่น) ไอดีซี ได้คาดการณ์ไว้ว่าคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต นั้นจะมียอดขายเพียงแค่ 1 ล้านเครื่องเท่านั้นในปีนี้ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องโน้ตบุ๊กที่มียอดขายสูงถึง 34 ล้านเครื่อง หรือเท่ากับว่าน่าจะมีการเติบโตที่สูงขึ้นเกือบ 40% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

“สิ่งที่ทำให้พีซีได้เปรียบแท็บเล็ตในการใช้งานก็คือ คีย์บอร์ด แอพลิเคชั่น และความจุของพื้นที่เก็บข้อมูล ซึ่งแท็บเล็ต ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทำงานเช่นนั้น”

ดังนั้น จึงอธิบายได้ง่ายขึ้นว่าทำไมเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีจึงยังคงได้รับความนิยมอยู่ในทุกๆ ที่ จะว่าไปแล้วคอมพิวเตอร์พีซีไม่ใช่อุปกรณ์ฟุ่มเฟือยอีกแล้ว มันได้กลายเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตแทน

รากฐานในการพัฒนาประเทศ

ในประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว เช่น จีน รวมถึงประเทศในแถบเอเชียใต้อย่างเช่นฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม หรือแม้กระทั่งประเทศไทยเองก็ตาม อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์พีซีกำลังอยู่ในช่วงเกิดใหม่ซึ่งทำให้เกิดการเติบโตอย่างรวดเร็วกว่าในตลาดที่มีการพัฒนาแล้ว คอมพิวเตอร์พีซีได้กลายเป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศชาติ โดยเติมเต็มความต้องการพื้นฐานสำหรับการประมวลผลจากคอมพิวเตอร์ทั้งในส่วนของภาคการศึกษาและอุตสาหกรรมอีกหลากหลายระดับ ลิเลียน เทย์ หัวหน้าฝ่ายศึกษาวิจัยของการ์ทเนอร์ ให้ความเห็นว่า การเติบโตของยอดขายคอมพิวเตอร์พีซีในจีนภายในปีนี้จะมีการเติบโตสูงถึงร้อยละ 22.1% ซึ่งการเติบโตที่เกิดขึ้นเหล่านี้ส่วนใหญ่ได้รับแรงขับเคลื่อนมาจากภาครัฐ และภาคการศึกษาซึ่งมีเป้าหมายที่จะเพิ่มปริมาณการใช้จ่ายด้านการศึกษาให้มาขึ้นเป็นร้อยละ 4% ของมูลค่า GDP รวมของประเทศ ด้วยการเน้นสร้างโอกาสในการใช้งานคอมพิวเตอร์ให้กับโรงเรียนในระดับต่างๆ ทั่วประเทศ


รัฐบาลจีนยังมองไปถึงการใช้งานเทคโนโลยีภายในประเทศซึ่งจะเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนอัตราการเติบโตของประเทศและพึ่งพาอัตราการเติบโตของธุรกิจการส่งออกให้น้อยลง รัฐบาลยังมีนโยบายที่จะเน้นส่งเสริมบริษัทขนาดใหญ่และยังเริ่มช่วยธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพในการทำงานที่มากขึ้นด้วยการนำเอาคอมพิวเตอร์พีซีเข้ามาเป็นเครื่องมือในการช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงานให้สูงขึ้น

ไอดีซี มีความเห็นสนับสนุนแนวโน้มของอัตราการพัฒนาที่เพิ่มขึ้นในประเทศแถบเอเชียแปซิฟิกซึ่งน่าจะมีโอกาสที่จะเติบโตขึ้นได้อีกมาก นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ว่ายอดขายของคอมพิวเตอร์พีซีโดยรวมน่าจะเพิ่มขึ้นสูงขึ้นถึงร้อยละ26.6 ในปีนี้โดยมีปัจจัยจากความแข็งแกร่งของยอดขายคอมพิวเตอร์พีซีแบบพกพา อัตราการเติบโตนี้สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ ซึ่งมีอัตราเติบโตโดยรวมในปีนี้ที่คาดไว้เพียงแค่ร้อยละ 13.6 เท่านั้น

การฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศอินเดียก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คาดการว่าจะมาเป็นตัวขับเคลื่อนให้ยอดขายของคอมพิวเตอร์พีซีมีการเติบโตที่สูงขึ้นด้วย1 เช่นกัน โดยการเติบโตนี้จะส่งผลต่อไปยังภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจให้ฟื้นกลับมา ทั้งในส่วนของการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นจากเดิม และทำให้ต้องจัดเตรียมงบประมาณสำหรับจัดหาคอมพิวเตอร์มารองรับกับพนักงานใหม่ที่เพิ่มขึ้นด้วย อัตราการเติบโของดีซีในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กเป็นส่วนทีเห็นได้ชัด ในขณะที่ภาครัฐและภาคการศึกษาก็เป็นอีก 2 ส่วนที่มีนโยบายเพิ่มการใช้จ่ายให้มากขึ้น ในขณะเดียวกันการเพิ่มขึ้นขอโอกาสการจ้างงานก็ทำให้ผู้บริโภคโดยร่วมรู้สึกมีความมั่นคงในการดำเนินชีวิตมากขึ้นและเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายไปด้วยในตัว

 มองถึงอนาคต ทิศทางของคอมพิวเตอร์พีซีจะเป็นอย่างไรต่อไป

ความต้องการใช้งานคอมพิวเตอร์ในลักษณะส่วนตัวจะเป็นปัจจัยกระตุ้นที่ส่งผลให้ความต้องการคอมพิวเตอร์พีซีมีมากขึ้น อินเทลคาดการณ์ว่าในปี 2015 จะมีซีพียูมากถึง 1 พันล้านชิ้นถูกผลิตและขายเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคสำหรับการใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีที่มีราคาถูกลงและสามารถหาซื้อได้ง่ายขึ้น บริษัทอย่างอินเทลยังคงมองถึงการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อพัฒนาการออกแบบชิปให้เหมาะสมกับความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค ตั้งแต่การเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต จนไปถึงการเชื่อมต่อกับคนอื่นๆ ที่อยู่ในสังคม

 คำตอบของอินเทลกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นนี้ก็คือการพัฒนาสถาปัตยกรรมของโปรเซสเซอร์ในตระกูล คอร์ รุ่นใหม่สำหรับคอมพิวเตอร์พีซี โดยมีชื่อรหัสว่า “Sandy Bridge” (แซนดี้บริดจ์) ซึ่งจะอยู่ในสายการผลิตในช่วงปลายปี 2553 โดยการออกแบบชิปรุ่นใหม่นี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมุมมองของผู้บริโภคที่มีต่อการใช้งานคอมพิวเตอร์ไปเลย โดยเฉพาะความเร็วในการทำงานที่สามารถตอบสนองความต้องการทั้งกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ ภาครัฐ และกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก

พีซียังคงโตอย่างต่อเนื่อง

คงไม่ต้องมองย้อนไปถึงสิ่งที่ได้เคยคาดการณ์ไว้ในอดีตแล้ว คอมพิวเตอร์พีซีได้พิสูจน์ตัวเองแล้วมันยังคงเป็นที่ต้องการอยู่ มันยังคงได้รับความนิยมด้วยยอดขายและอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะต้องพบกับวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงปี 2009 ด้วยก็ตาม ดังนั้นบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างอินเทล ไมโครซอฟท์ และแอปเปิ้ลยังคงมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับคอมพิวเตอร์พีซีอยู่อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอของผู้บริโภคทั่วทั้งโลก แน่นอนว่าอนาคตสำหรับอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์พีซียังคงสดใสอยู่อย่างเห็นได้ชัด


 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท