
รีวิว : 3M Mpro 150 สู่ยุคโปรเจกเตอร์พกพา
ถ้าคุณต้องทำงานพรีเซนต์ลูกค้าเป็นประจำในสายงานธุรกิจเครื่องนี้ก็น่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับคุณ แต่ถ้าเครื่องนี้ราคาถูกกว่าเดิมเกินครึ่งหนึ่งก็อาจจะเป็นอุปกรณ์ที่น่าสนใจของใครๆ หลายๆ คนได้ใช้งานกัน
ถ้าคุณต้องทำงานพรีเซนต์ลูกค้าเป็นประจำในสายงานธุรกิจเครื่องนี้ก็น่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับคุณ แต่ถ้าเครื่องนี้ราคาถูกกว่าเดิมเกินครึ่งหนึ่งก็อาจจะเป็นอุปกรณ์ที่น่าสนใจของใครๆ หลายๆ คนได้ใช้งานกัน
เรื่อง โยโมทาโร่
เมื่อพูดถึงเครื่องโปรเจกเตอร์แล้วคุณจะนึกถึงอะไร เครื่องฉายภาพตัวใหญ่ยิงภาพบนฝาผนังใช่ไหม หรือเครื่องที่เขาใช้เวลาพรีเซนต์ประชุม หรือพรีเซนต์งานให้ลูกค้าดู แล้วถ้าเครื่องนี้ย่อขนาดลงจนเหลือเท่าฝ่ามือเหมือน 3M Mpro 150 คุณจะสนใจไหม
โปรเจกเตอร์ขนาดฝ่ามือ
เมื่อแรกที่เราได้เครื่องนี้มาทดสอบรู้สึกทึ่งเหมือนกันครับ ว่าเดี๋ยวนี้เขาสามารถทำเครื่องโปรเจกเตอร์ให้มีขนาดเล็กได้อย่างไม่น่าเชื่อ และการใช้งานก็ค่อนข้างง่ายโดยที่เราแทบจะไม่ต้องอ่านคู่มือก็ได้ งมๆ ลองผิดลองถูกสัก 15 นาที ก็ใช้ได้คล่อง ตัวเครื่องมีขนาดประมาณฝ่ามือผู้ชาย น้ำหนักเบา ดูจากเสปกแล้วน่าจะประมาณเครื่องไอโฟน
ภายนอกดูเรียบๆ มีเพียงปุ่มปรับโฟกัสภาพอยู่ข้างหลอดภาพ ด้านบนเป็นปุ่มเลื่อนควบคุมการทำงานด้านหลังมีเพียงพอร์ตต่อสายคอมพิวเตอร์และแหล่งรับส่งภาพ ช่องเสียบสายเสียง และพอร์ตยูเอสบี ตัวเครื่องมีหน่วยความจำในตัวประมาณ 1 GB และใส่การ์ด Micro SD เพิ่มเข้าไปได้อีก
ตัวเครื่องรองรับการอ่านไฟล์จากโปรแกรมไมโครซอฟท์ออฟฟิศ อย่างไฟล์ เวิร์ด เอกเซล และเพาเวอร์พอยต์ รวมทั้งไฟล์นามสกุล PDF ก็สามารถเปิดอ่านและนำเสนอไฟล์งานได้ทันที ไม่ต่างกับการเปิดจากเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่จะไม่สามารถอ่านฟอนต์ภาษาไทยได้ ยกเว้นไฟล์เพาเวอร์พอยต์ สำหรับไฟล์อื่นๆ อย่างไฟล์วิดีโอภาพจะอยู่ในสกุล MP4 เท่านั้น
นอกจากนี้ ภายในกล่องจะมีสายลิงก์สำหรับเชื่อมต่อพอร์ต VGA จากเครื่องโน้ตบุ๊ก หรือพีซี สายเชื่อมต่อจากเครื่องเล่นดีวีดี และคอนเนกเตอร์พิเศษสำหรับการเชื่อมต่อไอโฟน ทำให้เราสามารถเล่นไฟล์วิดีโอและเปิดภาพถ่ายจากเครื่องไอโฟนได้ทันที
บททดสอบ
ในการทดสอบของเราต้องบอกก่อนเล่นว่า เครื่องนี้เป็นเครื่องที่ทดสอบได้ง่ายมาก แค่ดาวน์โหลดไฟล์ที่อยากชมแล้วกดปุ่มเปิดค้างไว้ประมาณ 3-5 วินาที เครื่องก็พร้อมทำงานแล้วครับ หน้าจอทำงานในโหมดปกติใช้เป็นสัญลักษณ์บอกง่ายๆ เช่น ต้องการเปิดไฟล์ออฟฟิศ ก็เข้าไปที่ภาพเอกสาร เครื่องจะเลือกแต่ไฟล์ออฟฟิศขึ้นมาโชว์ให้ชม ก็นับว่าเป็นความฉลาดอย่างหนึ่ง
แต่น่าเสียดายอย่างหนึ่งก็คือถ้าหากคุณเซฟไฟล์ในการ์ด เครื่องจะไม่ดึงขึ้นมาอ่านๆ ให้ต้องเลือกเข้าการ์ดแล้วเปิดหาไฟล์ที่ต้องการเอง เครื่องนี้มีลูกเล่นซ่อนอยู่หลายอย่างคือ สามารถเปิดไฟล์ภาพเป็นสไลด์อัตโนมัติได้
เรื่องความชัดของภาพนั้นต้องบอกตามตรงว่าอย่าไปหวังอะไรมาก เครื่องนี้ปรับโฟกัสดีๆ ก็ให้ภาพที่มีสีสันสดใสคมชัดในระดับหนึ่ง ในระยะไม่เกิน 2 เมตร ระหว่างจอกับเครื่อง ห่างกว่านี้จะได้จอภาพที่ใหญ่ขึ้น โดยขนาดใหญ่สุดน่าจะอยู่ที่ประมาณ 40-50 นิ้ว ในระยะ 5-7 เมตร ไกลกว่านี้ภาพจะเริ่มลางๆ และความสว่างจะจางลง เป็นเรื่องปกติของโปรเจกเตอร์ครับ ยิ่งไกลจากจอมากความสว่างกับคอนทราสยิ่งลดลง
ถ้าจะใช้เครื่องนี้ต้องใช้ในห้องมืด หรือมีแสงสลัวๆ เท่านั้น ในสภาพแสงของห้องทำงานปกติ ยังสู้เครื่องใหญ่ไม่ได้อยู่ดี แต่ได้เท่านี้ก็นับว่าดีมากแล้ว
ตัวเครื่องนี้มีจะมีขาตั้งแบบ 3 ขาเล็กๆ แถมมาให้สำหรับตั้งโต๊ะ เราเปิดไฟล์ภาพที่ถ่ายมาดูแบบสไลด์ อารมณ์ที่ได้จะต่างจากการดูบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างสิ้นเชิง เหมือนๆ เราถ่ายภาพแล้วเก็บไว้ดูบนคอมพิวเตอร์กับเข้าร้านล้างอัดออกมาดู อารมณ์ของการดูบนกระดาษกับหน้าจอก็ต่างกัน
Mpro 150 ก็เช่นกัน อารมณ์ที่ได้จะเป็นอีกแบบที่รู้สึกดีกว่าการชมบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่ถ้าคุณเห็นราคาแล้วอาจเกิดอาการช็อกเล็กๆ เพราะราคานั้นสูงกว่าเครื่องโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่บางตัวที่มีขายในท้องตลาดเสียอีก งานนี้ก็ต้องชั่งใจล่ะครับว่าเจ้า Mpro 150 คุ้มค่าสำหรับคุณหรือไม่ ถ้าคุณต้องทำงานพรีเซนต์ลูกค้าเป็นประจำในสายงานธุรกิจเครื่องนี้ก็น่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับคุณ แต่ถ้าเครื่องนี้ราคาถูกกว่าเดิมเกินครึ่งหนึ่งก็อาจจะเป็นอุปกรณ์ที่น่าสนใจของใครๆ หลายๆ คนได้ใช้งานกัน
อ้อ! ราคาเจ้าตัวนี้อยู่ที่ประมาณ 1.8 หมื่นบาท ครับผม







