
ธพว.มุ่งดิจิทัลแบงก์ ยกระดับคนตัวเล็ก
ธพว.ประกาศยกระดับผู้ประกอบการคนตัวเล็กเติมทุนคู่ทักษะความรู้ พร้อมปรับระบบธนาคารมุ่งสู่การเป็นดิจิทัลแบงก์ภายใน 2 ปี
โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ ธพว.ประกาศยกระดับผู้ประกอบการคนตัวเล็กเติมทุนคู่ทักษะความรู้ พร้อมปรับระบบธนาคารมุ่งสู่การเป็นดิจิทัลแบงก์ภายใน 2 ปี หวังเงินเพิ่มทุนจากคลัง 8,000 ล้านบาท มาช่วยขยายฐานปล่อยสินเชื่อช่วยผู้ประกอบการ
มงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เปิดเผยว่า ในปี 2563 ธนาคารตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อไว้ที่ 5.72 หมื่นล้านบาทแยกเป็นการปล่อยสินเชื่อผ่านสาขา 3.5 หมื่นล้านบาท ที่เหลืออีก 2.2 หมื่นล้านบาท จะเป็นการปล่อยสินเชื่อผ่านรถม้าเติมทุนอีก 2.22 หมื่นล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีรถม้าเติมทุน 600 คัน ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1,000 คัน ในต้นปี 2563 โดยเฉลี่ยรถม้าเติมทุน 1 คัน จะมีพนักงานสินเชื่อ 2 คน ได้ตั้งเป้าหมายให้ปล่อยกู้ได้คนละ 4 ล้านบาท/เดือน รวม 1 คัน จะปล่อยกู้ได้ 8 ล้านบาท/เดือน ซึ่งตั้งเป้าว่ารถม้าจะเข้าถึง 7,255 ตำบลทั่วไทยในปีหน้า เน้นปล่อยกู้เอสเอ็มอีรายเล็กไม่เกิน 7 แสนบาท/ราย โดยผลดำเนินงานของรถม้าเติมทุนช่วงเดือน ส.ค.-ธ.ค. 2561 สามารถปล่อยสินเชื่อได้รวมกันกว่า 4,000 ล้านบาท
ทำให้ธนาคารไม่มีแผนจะเพิ่ม สาขาจากที่มีอยู่ 95 สาขา แต่จะใช้วิธีให้รถม้าเติมทุนวิ่งไปยังตำบลต่างๆ จะไปจอดบริการตามปั๊มชุมชน ปั๊มน้ำมัน ปตท.แทน
รวมทั้งธนาคารมีแผนยกระดับ เป็นดิจิทัลแบงก์กิ้ง ขยายช่องทาง การเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยการให้ยื่นคำปรึกษาและยื่นขอสินเชื่อผ่าน แอพพลิเคชั่น SME D BANK ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมชู 3 D ได้แก่ 1.D-Development = ช่วยพัฒนาธุรกิจด้วยความรู้คู่เงินทุน 2.D-Digital = บริการทันสมัยรวดเร็วเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม SME D Bank ยื่นขอสินเชื่อ และหาความรู้ ผ่านออนไลน์ได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ 24x7 (24 ชั่วโมง ตลอด 7 วัน) และ 3.D-Delivery = บริการถึงถิ่นทั่วไทย ผ่านหน่วยรถม้าเติมทุน
พร้อมกันนี้ ได้สรุปผลการดำเนินงานในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ซึ่งจะครบวาระในวันที่ 8 มี.ค. 2562 นี้ ว่า ในช่วงกลางปี 2557 ก่อนเข้ารับตำแหน่งธนาคารมีหนี้ไม่ก่อให้เกิดราย หรือ เอ็นพีแอล กว่า 3.7 หมื่นล้านบาท หรือ 40% ของสินเชื่อรวม ทำให้ ธพว.เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ จากความร่วมมือของทุกฝ่ายทำให้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด มีมติให้ ธพว.เป็นหน่วยงานแรกออกจากแผนฟื้นฟูสำเร็จวันที่ 19 ม.ค. 2561 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2558 ถึง ม.ค. 2562 ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อได้กว่า 5.2 หมื่นราย วงเงินกว่า 1.44 แสนล้านบาท ก่อให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 7.2 แสนล้านบาท และมีเอ็นพีแอลจากสินเชื่อใหม่เพียง 3.6% ส่วนยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 2561 อยู่ที่ 1.76 หมื่นราย วงเงิน 3.67 หมื่นล้านบาท
ส่วนแผนแก้หนี้เอ็นพีแอลที่เกิดก่อนปี 2558 ที่มีอยู่ในปัจจุบัน 1.4 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 14% ของยอดสินเชื่อรวม ทางคณะกรรมการธนาคารเห็นชอบให้ขายเอ็นพีแอลในปีนี้ 8,000 ล้านบาท แยกเป็นประกาศขาย 3,000 ล้านบาทภายในไตรมาสแรก และประกาศขายเพิ่มอีก 5,000 ล้านบาทก่อนสิ้นปีนี้ หากขายได้หมดจะทำให้เอ็นพีแอลเหลือ 6,000 ล้านบาท ส่งผลให้ภายในสิ้นปีนี้เอ็นพีแอลของ ธพว. จะอยู่ในระดับต่ำกว่า 10%
นอกจากนี้ คณะกรรมการธนาคารได้เสนอขอเงินเพิ่มทุน 8,000 ล้านบาท คาดว่าจะได้ก้อนแรก 4,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้และอีก 4,000 ล้านบาทในต้นปีหน้า เพื่อขยายเงินกองทุนให้มากพอรองรับการปล่อยสินเชื่อใหม่ จากปัจจุบันมีเงินกองทุนอยู่แล้วราว 2 หมื่นล้านบาท
มงคล กล่าวแนะถึงเอสเอ็มอีที่ยอดขายไม่ดีเกิดจาก 3 เรื่อง ได้แก่ 1.ไม่อยากเข้าระบบ ซึ่งการไม่เข้าระบบทำให้เสียโอกาสในการพัฒนา ยกระดับเทคโนโลยีเข้าสู่ภาคธุรกิจ 2.ไม่ปรับรูปแบบ การค้าขายให้สอดรับกับพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ปัจจุบันคนนิยมสั่งอาหารทางไลน์แมนมากขึ้น ร้านอาหารต้องปรับตัวทางการตลาดไม่รอแต่คนมากินที่ร้านเดียว และ 3.การเงิน ต้องเตรียมความพร้อมเรื่องเอกสาร หลักฐานเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าถึงแหล่งทุน
ทั้งนี้ ภาพรวมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี คนตัวเล็กมีอยู่ประมาณ 3 ล้านราย โดยกลุ่มนี้ต้องการสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท/ราย แต่ที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้เพราะคิดว่ามากู้ก็ไม่ได้เงิน เสียเวลา ธนาคารขอเอกสารเยอะ และพบว่า 50% มากู้แล้วก็ไม่ผ่านการพิจารณา ดังนั้นเป้าหมายการทำงานของ ธพว.ในระยะต่อไปคือ การปล่อยกู้เติมทุนควบคู่ไปกับการเติมความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพต่อไป
ซึ่งธนาคารจัดกิจกรรมเพิ่มความรู้ เช่น สัมมนากว่า 540 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมกว่า 2.4 หมื่นราย พาผู้ประกอบการกว่า 1,500 ราย ออกบูธขายสินค้ามากกว่า 100 ครั้ง และส่งเสริมการตลาดผ่านช่องทางต่างๆ อีกมากมาย







