
หุ้นภาคเช้า4พ.ย.ขึ้น 10.18 จุดรับ QE2
ดัชนีภาคเช้าปิดที่ 1,024.38 จุด เพิ่มขึ้น 10.18 จุด (+1%) แตะระดับสูงสุด 1,028.26 จุด และต่ำสุด 1,022.80 จุด มูลค่าการซื้อขาย 27,198 ล้านบาท
ดัชนีภาคเช้าปิดที่ 1,024.38 จุด เพิ่มขึ้น 10.18 จุด (+1%) แตะระดับสูงสุด 1,028.26 จุด และต่ำสุด 1,022.80 จุด มูลค่าการซื้อขาย 27,198 ล้านบาท
ตลาดหุ้นภาคเช้ามีทิศทางเดียวกับภูมิภาคที่ต่างทะยานขึ้นรับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ใช้เงิน 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐอัดฉีดสภาพคล่องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 (QE) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าที่ตลาดคาดเล็กน้อย
ซึ่งเป็นข่าวบวกกับตลาดเงินและตลาดหุ้นของตลาดเกิดใหม่ในระยะกลาง-ยาว
โดยคาดว่าอัตราผลตอบแทนที่ต่ำในสหรัฐจะผลักดันให้มีเม็ดเงินไหลออกมาลงทุนในตลาดเกิดใหม่ที่มีการเติบโตของเศรษฐกิจแข็งแกร่งมากขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันยังขึ้นต่อเนื่องโดยใกล้แตะระดับที่ 85เหรียญสหรัฐต่ออนซ์ ซึ่งเป็นผลให้ตลาดหุ้นไทยทะยานขึ้นต่อ จากหุ้นกลุ่มขนาดใหญ่โดยเฉพาะพลังงานและธนาคารพาณิชย์
ขณะที่ ธปท. เล็งหารือตลท. รับมือเงินทุนไหลเข้า หลังเฟด ออกQE2-พร้อมจับตาค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จากบล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) มองในเชิงกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ถือหุ้นพื้นฐานดี ต้นทุนต่ำต่อ ส่วนการเก็งกำไรตามรอบเน้นเข้า-ออกเร็ว
ส่วน บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มช่วงบ่ายน่าจะยังอยู่ในโมเมนตั้มเชิงบวกได้ต่อแต่ให้ระวังการขายทำกำไร ในระยะสั้น เพราะขึ้นมาค่อนข้างจะเยอะและต่อเนื่องกันหลายวันถ้าเทียบภูมิภาคเราติดในกลุ่มที่บวกค่อนข้างเยอะ มองแนวต้าน 1,035 จุด แนวรับ 1,020 จุด
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
PTT มูลค่าการซื้อขาย 3,699 ล้านบาท ปิดที่ 327.00 บาท เพิ่มขึ้น 13.00 บาท (+4.14%)
SCC มูลค่าการซื้อขาย 1,730, ล้านบาท ปิดที่ 341.00 บาท เพิ่มขึ้น 9.00 บาท (+2.71%)
BANPU มูลค่าการซื้อขาย 1,102 ล้านบาท ปิดที่ 790.00 บาท เพิ่มขึ้น 10.00 บาท (+1.28%)
ITD มูลค่าการซื้อขาย 1,010, ล้านบาท ปิดที่ 5.40 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
SCB มูลค่าการซื้อขาย 991, ล้านบาท ปิดที่ 108.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท (+2.37%)







