
WHAUPหวังกำไรทุบสถิติอีก
ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ ตั้งเป้ายอดขายน้ำและไฟ
ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ ตั้งเป้ายอดขายน้ำและไฟให้นิคมอุตสาหกรรมสูงกว่าปีที่ผ่านมา หลังปี 2561 กำไรทุบสถิติ
นายเผ่าพิทยา สมุทรกลิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงิน บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) เปิดเผยว่า ปี 2562 ตั้งเป้าปริมาณการจำหน่ายน้ำจำนวน 120 ล้านลูกบาศก์เมตร และการจำหน่ายไฟฟ้า 570 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่มีปริมาณการจำหน่ายน้ำอยู่ที่ 105 ล้านลูกบาศก์เมตร และการจำหน่ายไฟ 521 เมกะวัตต์
อย่างไรก็ดี ปีนี้ได้กำหนดจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (ซีโอดี) ขนาดกำลังการผลิตรวม 17 เมกะวัตต์ คือ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบที่ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์ รูฟท็อป) และโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม ในนิคมอุตสาหกรรมเหมราช จ.ชลบุรี
ด้านความต้องการใช้น้ำนั้นมองว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากข้อมูลปี 2560 มีความต้องการใช้น้ำปริมาณ 1.31 แสนล้านลูกบาศก์เมตร และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงถึง 1.44 แสนล้านลูกบาศก์เมตร หรือเพิ่มขึ้น 4.4% ในปี 2579
ทั้งนี้ ได้มีแผนขยายตลาดเข้าไปบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากนิคมอุตสาหกรรมภายใต้การบริหารของบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) ซึ่งขณะนี้ได้มีการเจรจากับทางเจ้าของนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 2-3 รายส่วนนิคมอุตสาหกรรมใหม่ของ WHA นั้นล่าสุดได้รับสิทธิเข้าไปบริหารจัดการในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด 3 (HESIE 3)
นายเผ่าพิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวโน้มธุรกิจการเข้าไปจัดการน้ำอัจฉริยะ (Non-IE products) มีความน่าสนใจ ซึ่งในเร็วๆ นี้จะมีการลงนามกับบริษัทในนิคมอุตสาหกรรมในเขตพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อเข้าไปบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ และยังอยู่ในขั้นตอนเจรจาอีกประมาณ 4-5 บริษัท
สำหรับผลประกอบการปี 2561 มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 1,708.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% จากปี 2560 ที่มีรายได้ 1,633.8 ล้านบาท ซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นมีผลมาจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 7.0 % เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงาน ส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของปริมาณการจำหน่ายน้ำที่เพิ่มมากขึ้นจากโรงไฟฟ้า SPPs ทั้ง 5 แห่งที่เปิดดำเนินการเต็มปีหลังจากที่เริ่มซีโอดี ไปเมื่อปี 2560 รวมถึงปริมาณการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่
ขณะที่กำไรส่วนที่เป็นของบริษัท (Normalized Net Profit) ในปี 2561 อยู่ที่2,267.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.2% จากปี 2560 ที่มีกำไร 1,406.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขกำไรที่ถือว่าทุบสถิติของบริษัท







