posttoday
อาซึชิ ฟูจิโมโตะ สร้างแบรนด์ฮอนด้า...สู่ความแข็งแกร่งแบบยั่งยืน!!!

อาซึชิ ฟูจิโมโตะ สร้างแบรนด์ฮอนด้า...สู่ความแข็งแกร่งแบบยั่งยืน!!!

04 พฤศจิกายน 2553

ฮอนด้าจะเดินหน้าแผนงานด้านการสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ และการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มากขึ้น....

ฮอนด้าจะเดินหน้าแผนงานด้านการสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ และการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มากขึ้น....

โดย...พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล

การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงสุดในรอบ 1 ปีครึ่งที่ผ่านมาของบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ที่ได้ อาซึชิ ฟูจิโมโตะ ก้าวเข้ามานั่งในตำแหน่งประธาน ต้องถือเป็นช่วงที่ฮอนด้ายังคงความร้อนแรงของการดำเนินงานในประเทศเอาไว้ได้ โดยเฉพาะในรอบปี 2553 ที่ผ่านมา มีการปรับเป้าหมายการจำหน่ายไปแล้ว 3 รอบ ท่ามกลางคู่แข่งหน้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

อาซึชิ ฟูจิโมโตะ สร้างแบรนด์ฮอนด้า...สู่ความแข็งแกร่งแบบยั่งยืน!!!

อย่างไรก็ตาม ท่านประธานบอกว่างานของฮอนด้ายังไม่หมดสิ้นแต่อย่างใด เนื่องจากฮอนด้าต้องการความสำเร็จที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งตลาดในปัจจุบัน และสินค้าใหม่ๆ ที่จะตามมาทำตลาดในอนาคตอันใกล้ ความท้าทายคือการสร้างความแข็งแกร่งให้กับตราสินค้าของฮอนด้า เพื่อให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

“ตลอดระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน ในฐานะประธาน ผมพอใจมากกับความสำเร็จของฮอนด้าในประเทศไทย ซึ่งกุญแจสำคัญที่จะนำพาเราประสบความสำเร็จ มาจากแบรนด์ที่แข็งแกร่งของฮอนด้า โดยที่ผ่านมายอดขายรถยนต์ในแต่ละเดือนที่สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนอย่างมาก”

เขาบอกว่ายอดขายของบริษัทในช่วง 9 เดือนแรกของปีอยู่ที่ประมาณ 8 หมื่นกว่าคัน ถือเป็นผลงานที่เกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งนี้เพราะภาพรวมเศรษฐกิจดีขึ้น ประกอบกับลูกค้าบางส่วนชะลอกำลังซื้อในช่วงปีที่ผ่านมา และประเมินว่าฮอนด้าจะทำยอดขายได้ 1.1 แสนคัน เติบโตจากปีที่ผ่านมาที่ขายได้ 93,409 คัน หรือคิดเป็นอัตราการเติบโต 20% ขณะที่ตลาดรถยนต์รวมคาดว่าจะอยู่ประมาณ 7 แสนกว่าคัน

อาจจะดูเป็นตัวเลขที่เล็กน้อยเมื่อเทียบกับการเติบโตของตลาดหรือคู่แข่งบางราย แต่ฟูจิโมโตะยืนยันว่าตัวเลข 20% ถือเป็นการเติบโตที่น่าพึงพอใจมาก เมื่อเทียบกับขนาดของฐานธุรกิจเดิมที่ฮอนด้าถือว่าใหญ่กว่าคู่แข่งรายอื่นๆ ที่มียอดจำหน่ายน้อยกว่า จึงสามารถที่จะเติบโตได้รวดเร็วกว่า

และยังบอกอีกว่าตัวเลข 20% เป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่าฮอนด้ามาถูกทางกับการพัฒนายานยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและประหยัดน้ำมัน ซึ่งเป็นทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก และการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในรอบปีที่ผ่านมาก็เติบโตจากอุตสาหกรรมรถยนต์นั่งขนาดเล็ก

“ฮอนด้าประเมินว่าภายใน 2 ปีข้างหน้า ตลาดรถยนต์นั่งจะกลายเป็นผู้เล่นหลักและมียอดจำหน่ายต่อปีสูงกว่าตลาดรถปิกอัพ เป็นผลมาจากการที่ผู้ประกอบการหลายรายจะหันมาทำตลาดรถยนต์นั่งมากขึ้นตามความต้องการของผู้บริโภค และยังมีโครงการอย่างอีโคคาร์ ที่จะเข้ามาช่วยผลักดันตลาดรถยนต์นั่งตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นไป”

ฟูจิโมโตะยังประเมินถึงตลาดอีโคคาร์ว่าจากการประสบความสำเร็จอย่างมากของคู่แข่งที่เปิดตัวอีโคคาร์ไปแล้วในปีนี้ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แสดงให้เห็นว่าตลาดประเทศไทยให้การยอมรับรถยนต์ขนาดเล็กมากขึ้น ซึ่งก็เป็นเรื่องดีและเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ที่จะเปิดตัวสินค้าในกลุ่มเดียวกันตามมา

สำหรับฮอนด้าเองยังเดินหน้าแผนการทั้งหมดตามโครงการที่วางไว้ตั้งแต่แรกโดยกำหนดการเปิดตัวจะยังเป็นในช่วงปี 2554 เหมือนเช่นที่เคยประกาศไว้ ซึ่งการที่หลายคนประเมินว่าอีโคคาร์จะเข้ามากินตลาดรถเล็กที่ฮอนด้าทำตลาดอยู่ ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ แต่ฮอนด้าจะต้องพยายามให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด โดยอยู่ระหว่างการวางแผนในเรื่องนี้

เขาบอกอีกว่าฮอนด้าจะเดินหน้าแผนงานด้านการสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ และการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มากขึ้น ทำให้เกิดความคาดหวังที่สูงขึ้น ซึ่งฮอนด้าก็ต้องมีการปรับตัวให้ทันกับความคาดหวังดังกล่าว

เพราะยิ่งตอบสนองความต้องการเก่าเหล่านี้ได้เท่าไร...แบรนด์ของฮอนด้าก็จะแข็งแกร่งตามไปเท่านั้น!!!

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า