
กยศ.เริ่มหักเงินเอกชน
กยศ.ประเดิมหักบัญชีเงินเดือนลูกจ้างบริษัทเอกชน รัฐวิสาหกิจ 1.5 แสนราย สิ้นเดือน ก.พ.นี้
กยศ.ประเดิมหักบัญชีเงินเดือนลูกจ้างบริษัทเอกชน รัฐวิสาหกิจ 1.5 แสนราย สิ้นเดือน ก.พ.นี้
นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ในสิ้นเดือน ก.พ.นี้ กยศ.จะเริ่มหักบัญชีเงินเดือนของลูกหนี้ กยศ.ที่สังกัดหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ บริษัทเอกชนขนาดใหญ่ 20 ราย ธนาคารพาณิชย์และเจ้าหน้าที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แบบอัตโนมัติเป็นเดือนแรก รวมกว่า 1.5 แสนราย ซึ่งจะมีหนี้ชำระ กยศ.เข้ามาได้ถึงเดือนละ 200 ล้านบาท และทำให้ตลอดทั้งปี 2562 มียอดชำระหนี้ได้ทั้งหมดได้เกินกว่า 3 หมื่นล้านบาท สูงกว่าปีก่อนที่ได้ 2.6 หมื่นล้านบาท เกือบถึง 20%
สำหรับวิธีการหักเงินเดือนเพื่อ ใช้หนี้ กยศ.จะมีการนำหนี้ที่ต้องชำระ ต่อปีมาหารเฉลี่ยหักเท่ากันเป็นประจำทุกเดือน เช่น นำวงเงินที่ชำระหนี้มาหาร 12 และนำไปตัดเงินเดือนเป็นรายเดือน ซึ่งไม่ใช่จำนวนเงินที่มากเกินไป เช่น ปีแรกที่จะต้องผ่อนจ่าย 1,500 บาท เมื่อหาร 12 ก็จะเฉลี่ยถูกหักเดือนร้อยกว่าบาทเท่านั้น ยกเว้นปีแรกในงวดปีการศึกษา 2562 ที่เหลือรอบบัญชีเพียง 5 เดือน ก็จะหาร 5 จากยอดหนี้ในปีที่ต้องชำระไปก่อน
"กยศ.ได้ส่งหนังสือแจ้งไปยัง ลูกหนี้เอกชน รัฐวิสาหกิจ อบต.เทศบาล ที่อยู่ในกลุ่มที่จะถูกหักเงินเดือนแล้วว่า จะมีการเริ่มหักเงินเดือนเพื่อนำไปชำระหนี้ กยศ.ในเดือน ก.พ.นี้ และให้รับรู้เข้าใจถึงวิธีการหักชำระหนี้ อย่างไรก็ตามระหว่างนี้ถ้าลูกหนี้คนใดไม่พร้อม หรือว่าการถูกหักเงินเดือนจะกระทบ ต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ก็สามารถมาเจรจากับ กยศ.เพื่อหาทางผ่อนปรน บรรเทาความเดือดร้อนจากการรับ ชำระหนี้ได้" นายชัยณรงค์ กล่าว
นอกจากนี้ กยศ.ยังได้ร่วมกับประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเสวนา นายจ้างมีหน้าที่นำส่งเงินตาม พ.ร.บ. กยศ.กับนายจ้างทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการหักเงินเดือนพนักงานที่เป็นผู้กู้ยืม กยศ. แก่ผู้ประกอบการนายจ้าง องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนลูกหนี้ให้รับทราบด้วย และหลังจากนี้ กยศ.มีแผนที่จะขยายการหักบัญชีเงินเดือนไปยังบริษัทเอกชนเพิ่มเติมอีกด้วย ตาม พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560
นายชัยณรงค์ กล่าวว่า ปัจจุบัน กยศ.สามารถหักบัญชีเงินเดือนลูกหนี้ เพื่อใช้ชำระหนี้ กยศ.ได้แล้วกว่า 3 แสนราย คิดเป็นจำนวนเงินที่ส่งชำระเข้า กองทุนฯ ได้ปีละ 7,000 ล้านบาท







