
อสังหาฯดิ่งสองข่าวร้าย
หุ้นอสังหาริมทรัพย์ดิ่งต่อ ยังไม่หายตกใจยอดขายเริ่มอืด ถูกแบงก์ชาติจ่อคุมสินเชื่อป้องกันฟองสบู่ซ้ำ ผู้ประกอบการวอนคิดรอบคอบก่อนออกเกณฑ์ ห่วงสินค้าในมือรอโอน 23 แสนล้านสะดุด
หุ้นอสังหาริมทรัพย์ดิ่งต่อ ยังไม่หายตกใจยอดขายเริ่มอืด ถูกแบงก์ชาติจ่อคุมสินเชื่อป้องกันฟองสบู่ซ้ำ ผู้ประกอบการวอนคิดรอบคอบก่อนออกเกณฑ์ ห่วงสินค้าในมือรอโอน 23 แสนล้านสะดุด
หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ยังคงปรับตัวลงแรงต่อเนื่อง สวนทางดัชนีตลาดหุ้นรวมที่ขึ้นแรง หลังนักลงทุนกังวลเรื่องทางการเตรียมจะออกมาตรการคุมการปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ของธนาคารพาณิชย์ นับเป็นข่าวร้ายที่ออกมาซ้ำเติมปัญหาการขายคอนโดมิเนียมที่น้อยกว่าคาดของบริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ราคาหุ้น LPN ปิดที่ 10.20 บาท ลดลง 0.60 บาท หรือ 5.56% บริษัทศุภาลัย (SPALI) ปิด 10.80 บาท ลดลง 0.50 บาท บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) ปิด 19.90 บาท ลดลง 0.50 บาท ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ยังไม่แนะนำให้ซื้อหุ้นอสังหาฯ
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษาฯ กล่าวว่า หากทางการจะออกมาตรการอะไรมาควบคุมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก็จะต้องคิดให้รอบคอบและให้มีความชัดเจน
ที่ผ่านมาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็มีการควบคุมตัวเองอยู่แล้ว รวมทั้งธนาคารพาณิชย์ก็เข้มงวดสินเชื่อโดยผ่านระบบสกอริงและเครดิตบูโร ซึ่งผู้ประกอบการทุกคนมีบทเรียนจากวิกฤตปี 2540 หากพิจารณาสัดส่วนหนี้สินต่อทุนของธุรกิจโดยรวมทุกวันนี้อยู่ในระดับกว่า 1 ต่อ 1 เท่าเท่านั้น ต่ำมากเมื่อเทียบกับช่วงวิกฤตที่ 7 เท่า
“ขณะนี้ธุรกิจยังไม่เห็นสัญญาณการเกิดฟองสบู่ ถ้าหากทางการออกมาตรการก็จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ และสุดท้ายก็จะมีผลต่อเศรษฐกิจด้วย เพราะมีธุรกิจต่อเนื่องอีกมากมาย” นายประเสริฐ กล่าว
นอกจากนี้ หากออกมาตรการวงเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to value : LTV) จะมีผลต่อสินค้าคงค้าง (แบกล็อก) ที่ตอนนี้ทั้งระบบมีการขายไปแล้ว 23 แสนล้านบาท และรอการโอนอยู่
นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ LPN กล่าวว่า ยังไม่ขอแสดงความคิดเห็นและขอดูรายละเอียดมาตรการที่จะออกมาก่อน
สำหรับการเปิดขายโครงการลุมพินี พาร์ค ริเวอร์ไซด์ พระราม 3 เมื่อสุดัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทได้เพิ่มความระมัดระวังในการทำธุรกิจ โดยปรับเพิ่มเงินดาวน์จาก 10% เป็น 15.20% หากยังปล่อยให้ร้อนแรงก็เกรงจะนำไปสู่ปัญหาที่กังวลกัน
ทั้งนี้ อัตราการปล่อยสินเชื่อของธนาคารขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการอย่างของ LPN เฉลี่ยอยู่ที่ 90% บางโครงการ 100%
ด้านตลาดหุ้นวันที่ 3 พ.ย. ก่อนที่จะทราบผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าจะอัดฉีดเงินเข้าระบบเท่าไรนั้น ปรากฏว่านักลงทุนต่างชาติกลับเข้าซื้อหุ้นไทยมากถึง 1,769 ล้านบาท ส่งผลให้ดัชนีดีดขึ้นสูงสุด 1,019 จุด ก่อนย่อมาปิดที่ 1,014.20 จุด เพิ่มขึ้น 8.62 จุด ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายแน่นถึง 50,900 ล้านบาทโดยหุ้นในกลุ่ม ปตท. 5 บริษัทมีการซื้อขายรวม 24% ของตลาด







